โซนที่ ๒: สองวิทยาเขตรุ่นบุกเบิกมหิดล

แสดงพัฒนาการทางกายภาพของสองวิทยาเขตแรก

ในพื้นที่กรุงเทพมหานครตั้งแต่เริ่มก่อตั้งมาจนถึงปัจจุบัน ทั้ง ๒ วิทยาเขต ซึ่งเป็นวิทยาเขตรุ่นบุกเบิก
ของสถาบัน ได้แก่ วิทยาเขตบางกอกน้อย และวิทยาเขตพญาไท

วิทยาเขตบางกอกน้อย ก้าวแรกแห่งการบุกเบิกมหิดล

ยุคก่อตั้ง (พ.ศ. ๒๔๓๑ - ๒๔๖๕)

เมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๑ โรงพยาบาลศิริราชได้ก่อสร้างขึ้นบนพื้นที่ส่วนหนึ่งของวังหลัง ประมาณ ๒๔ ไร่ อาคารผู้ป่วย
ส่วนใหญ่เป็นเรือนไม้ อาคารตึก ได้แก่ ตึกวิกตอเรีย และตึกเสาวภาคย์ ซึ่งเป็นตึกคนไข้พิเศษอยู่ใจกลางของ
พื้นที่ พื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นเสมือนหน้าบ้าน เนื่องจากสมัยนั้นใช้เส้นทางน้ำเป็นหลัก จึงเป็นที่ตั้งของตึก
ผู้ป่วยนอก

พ.ศ. ๒๔๓๓ ตั้งโรงเรียนแพทย์แห่งแรกในประเทศไทยขึ้นในโรงพยาบาลศิริราช ต่อมา พ.ศ. ๒๔๔๓ ได้รับ
พระราชทานนามว่า ราชแพทยาลัย พร้อมเปิดใช้อาคารโรงเรียนแพทย์ นอกจากนี้ยังสร้างโรงเรียนแพทย์
ผดุงครรภ์และหญิงพยาบาลเป็นเรือนไม้ สิ่งก่อสร้างสำคัญอื่นๆ ได้แก่ พ.ศ. ๒๔๓๖ สร้างโรงกระโจมเป็น
โรงผ่าตัดหลังแรก พ.ศ. ๒๔๓๙ สร้างถนนจักรพงศ์เป็นถนนสายหลักจากท่าน้ำศิริราชตรงไปจนถึงกึ่งกลาง
โรงพยาบาล

ยุคแห่งความก้าวหน้า (พ.ศ. ๒๔๖๖ - ๒๔๘๔)

สมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลอดุลเดชทรงมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาการแพทย์ไทย โดยเฉพาะทรงวางแผน
ปรับปรุงโรงพยาบาลศิริราชและทรงช่วยเหลือค่าก่อสร้างอาคารหลายหลัง ในยุคนี้เรือนไม้ต่างๆ ถูกรื้อ
และสร้างเป็นอาคารใหม่ ส่วนใหญ่สูง ๒ ชั้น เป็นตึกผู้ป่วยและตึกเรียน อาคารสำคัญ ได้แก่ ตึกอำนวยการ
ตึกมหิดลบำเพ็ญ ตึกมหิดลวรานุสรณ์ รวมทั้งวางท่อประปาในแม่น้ำเจ้าพระยาข้ามจากฝั่งพระนครมายัง
โรงพยาบาล

นอกจากนี้ยังได้ขยายอาณาเขตไปจากเดิม ๓ บริเวณ คือ ทิศเหนือ ได้พื้นที่จากพระคลังข้างที่สร้างตึก
กายวิภาคศาสตร์และตึกพยาธิวิทยา ส่วนฝั่งเหนือติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาสร้างหอพักแพทย์ และบริเวณ
โรงเรียนกุลสตรีวังหลังสร้างหอพักพยาบาล ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของคณะพยาบาลศาสตร์ ทางทิศใต้ได้
ขยายพื้นที่เกือบจรดถนนพรานนก

ยุคมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ และผลจากมหาสงคราม (พ.ศ. ๒๔๘๕ - ๒๕๑๑)

พ.ศ. ๒๔๘๕ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลถูกโอนจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมาสังกัดมหาวิทยาลัย
ที่ตั้งขึ้นใหม่ชื่อว่า มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ รวมทั้งตั้งสำนักงานอธิการบดีอยู่ที่ตึกอำนวยการ คณะแพทยศาสตร์
ศิริราชพยาบาลในช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ ๒ (สงครามสิ้นสุด พ.ศ. ๒๔๘๘) มีอาคารถูกระเบิดเสียหาย ได้แก่
หอพักแพทย์ ตึกพระองค์หญิง ตึกพยาธิหลังที่ ๒ ภายหลังสงครามมีการฟื้นฟูและขยายพื้นที่บางส่วน ได้แก่ ที่ดิน
ส่วนหนึ่งของสถานีรถไฟธนบุรี ต่อมาประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๙ ขยายทางทิศเหนือของโรงพยาบาล และทิศตะวันตก
ไปจดถนนอรุณอมรินทร์ บางอาคารได้ถูกต่อเติมจำนวนชั้นเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอย อาคารใหม่ ที่สำคัญ เช่น หอประชุม
ราชแพทยาลัย ตึกผู้ป่วยนอกริมน้ำ ต่อมาใน พ.ศ. ๒๕๐๐ มีการตั้งคณะเทคนิคการแพทย์ในวิทยาเขตแห่งนี้

ยุคมหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตบางกอกน้อย (พ.ศ. ๒๕๑๒ เป็นต้นมา)

หลังจากมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์เปลี่ยนชื่อเป็นมหาวิทยาลัยมหิดลใน พ.ศ. ๒๕๑๒ วิทยาเขตแห่งนี้ซึ่งเป็น
ที่ตั้งของ ๓ คณะ ได้แก่ คณะแพทยศาสตร์
ศิริราชพยาบาล คณะเทคนิคการแพทย์ และคณะพยาบาลศาสตร์ ได้พัฒนาตามแผนพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษา
ที่ต้องการเพิ่มปริมาณนักศึกษา ดังนั้นจึงสร้างอาคารหลายชั้นขนาดใหญ่ทดแทนอาคารเดิม เพื่อรองรับนักศึกษาและ
ผู้ป่วยที่เพิ่มมากขึ้น เช่น คณะพยาบาลศาสตร์สร้างอาคารเรียนและสำนักงานใหม่ คณะเทคนิคการแพทย์สร้างอาคาร
ใหม่เพื่อประโยชน์ใช้สอยมากขึ้น คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลสร้างตึก ๗๒ ปี ตึก ๘๔ ปี ตึกสยามินทร์
ตึกอานันทมหิดล (หลังใหม่) ตึกผู้ป่วยนอก และมหิตลาคารสมเด็จพระราชปิตุจฉา รวมถึงอาคารบริการสาธารณูปโภค
เช่น อาคารบำบัดน้ำเสียและโรงผลิตน้ำประปา เป็นต้น

นอกจากนี้ยังได้ขยายพื้นที่เพิ่มจำนวน ๓ แปลง คือ พ.ศ. ๒๕๔๒ สร้างหอพักนักศึกษาแพทย์และพยาบาล
อาคารจอดรถ และสวนสาธารณะบนพื้นที่ ๘ ไร่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย  พ.ศ. ๒๕๔๖ ได้พื้นที่ ๑๐ ไร่
ริมถนนอรุณอัมรินทร์ สร้างหอพักนักศึกษาและโรงเรียนกายอุปกรณ์ผลิตแขนขาเทียม และพื้นที่ ๓๓ ไร่
ของสถานีรถไฟธนบุรี (เดิม) ก่อสร้างสถาบันการแพทย์สยามินทราธิราช ตาม “โครงการการพัฒนาศิริราช
สู่สถาบันการแพทย์ชั้นเลิศในเอเชียอาคเนย์”

วิทยาเขตบางกอกน้อยวันนี้

ปัจจุบัน ( พ.ศ. ๒๕๕๔) มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตบางกอกน้อยมีพื้นที่รวมทั้งสิ้น ๑๒๘ ไร่ การพัฒนา
ด้านสาธารณูปโภค เช่น ระบบไฟฟ้า ได้มีการวางสายไฟลงท่อใต้ดินทั่วทุกพื้นที่เพื่อความปลอดภัยและภูมิทัศน์
ที่สวยงาม นอกจากนี้ได้เพิ่มพื้นที่สีเขียวและการก่อสร้างที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม

  • 01 picture
  • 02 picture
  • 03 picture

วิทยาเขตพญาไท อีกก้าวของการเติบโต

ยุคการก่อตัว (ก่อน พ.ศ. ๒๕๑๒)

เป็นยุคมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ คณะใหม่ในช่วงแรก ได้แก่ คณะสาธารณสุขศาสตร์ คณะเวชศาสตร์เขตร้อน
และคณะวิทยาศาสตร์ ต้องอาศัยสถานที่ของโรงพยาบาลศิริราชและจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยทำการเรียนการสอน
ต่อมาประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๑ รัฐบาลให้ที่ดินของกรมทหารในเขตพญาไท ได้แก่ ริมถนนพระราม ๖ ริมถนนราชวิถี
ริมถนนโยธี และริมถนนศรีอยุธยา อีกส่วนหนึ่งของฝั่งถนนราชวิถีได้ที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์
มหาวิทยาลัยจึงย้ายคณะทั้ง ๓ มาตั้งที่นี่ ต่อมาเกิดคณะใหม่อีก ๓ คณะ ได้แก่ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาล
รามาธิบดี คณะทันตแพทยศาสตร์ และคณะเภสัชศาสตร์

ยุคการขยายตัว (พ.ศ. ๒๕๑๒ เป็นต้นมา)

นับตั้งแต่ได้รับพระราชทานนามมหาวิทยาลัยมหิดล ทั้ง ๖ คณะในวิทยาเขตพญาไทได้ขยายตัวทางกายภาพ
อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับนักศึกษาที่เพิ่มมากขึ้นและการบริการด้านการแพทย์ การก่อสร้างเป็นลักษณะรื้ออาคาร
เก่าที่ชำรุดแล้วสร้างอาคารใหม่ที่มีขนาดใหญ่ สูงขึ้น และใช้ประโยชน์ได้หลากหลายมากขึ้น เช่น อาคารชีววิทยา
(ใหม่) อาคารจำลอง หะริณสุต เป็นต้น การจัดวางอาคารพิจารณาจากความจำเป็นและความสะดวกในการเข้าถึง
รวมถึงภูมิทัศน์และทิศทางลม ส่วนใหญ่เป็นการสร้างอาคารเรียน อาคารปฏิบัติการ สำนักงาน และอาคารบริการ
ผู้ป่วย

ยุคแห่งการเติบโตอย่างเด่นชัด (พ.ศ. ๒๕๓๐ เป็นต้นมา)

การก่อสร้างอาคารตอบสนองความต้องการใช้สอยมากขึ้น เห็นได้จากสร้างอาคารสูงขึ้นและบางอาคารมีชั้นใต้ดิน
สำหรับเป็นที่จอดรถ คณะต่างๆ ยังคงก่อสร้างอาคารเพิ่มขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของมหาวิทยาลัย อาคาร
สำคัญ เช่น อาคารศูนย์การแพทย์สิริกิติ์ของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีสร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๒ และ
อาคารอเนกประสงค์บนพื้นที่ร่วมของ ๓ คณะ เป็นเสมือนอาคารกลางของคณะฝั่งราชวิถี สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๐
เป็นต้น

วิทยาเขตพญาไทวันนี้

ปัจจุบัน (พ.ศ. ๒๕๕๔) มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตพญาไท มีพื้นที่รวมทั้งสิ้น ๒๐๕ ไร่ ๒ งาน ๗๘ ตารางวา
แม้ว่าที่ตั้งของแต่ละคณะไม่ได้อยู่พื้นที่เดียวกันทั้งหมด แต่ก็สามารถเข้าถึงพื้นที่ซึ่งกันและกันได้ เช่น คณะฝั่งถนน
ราชวิถีได้ก่อสร้างอาคารอยู่บริเวณเดียวกันโดยไม่มีแนวรั้วกั้นและมีประตูทางเดินเชื่อมต่อถึงกัน ส่วนคณะฝั่งถนน
พระราม ๖ แม้ว่าจะมีอาณาเขตกั้นแต่ก็มีประตูทางเดินเชื่อมถึงกันได้ นอกจากนี้คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาล
รามาธิบดีได้เพิ่มพื้นที่สร้างศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตน์ใกล้สี่แยกตึกชัย เพื่อให้บริการทางการแพทย์ที่ทันสมัย
รวมทั้งอาคารเฉลิมพระเกียรติ ๕๐ พรรษาของคณะทันตแพทยศาสตร์ และอาคารใหม่ของคณะสาธารณสุขศาสตร์
คณะเวชศาสตร์เขตร้อน และคณะเภสัชศาสตร์ และในปี พ.ศ. ๒๕๕๔ ยังมีโครงการก่อสร้างคณะแพทยศาสตร์
โรงพยาบาลรามาธิบดีบนพื้นที่ประมาณ ๕๐๐ ไร่ ที่อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ อีกด้วย

 

  • 01 picture
  • 02 picture
  • 03 picture
  • 04 picture
  • 05 picture

 

Scroll to top