โซนที่ ๓: “วิทยาเขตศาลายา” ศูนย์รวมประชาคมมหิดล

เป็นส่วนเนื้อหาหลักของนิทรรศการ

แสดงประวัติพัฒนาการทางกายภาพของมหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา ซึ่งเป็นพื้นที่ศูนย์กลาง
ของสถาบันและเป็นศูนย์รวมของชาวมหิดล ตั้งแต่การปรับเปลี่ยนท้องทุ่งนาให้เป็นอาคารสถานที่เพื่อ
การศึกษาในยุคแรกเริ่ม จนถึงยุคปัจจุบันที่มหาวิทยาลัยกำลังมุ่งสู่การเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย
แห่งการเรียนรู้และอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติ”

ผังแม่บทฉบับบุกเบิก พ.ศ. ๒๕๑๗

ศาลายา : ที่ตั้งศูนย์รวมของชาวมหิดล

เนื่องจากนโยบายขยายการศึกษาระดับอุดมศึกษาประกอบกับที่ตั้งในตัวเมืองถูกจำกัดด้วยพื้นที่ ผู้บริหาร
มหาวิทยาลัยจึงได้ดำเนินการขยายพื้นที่มายังตำบลศาลายา จังหวัดนครปฐม ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ
ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๔ สำนักงานทรัพย์สินส่วน
พระมหากษัตริย์ได้โอนที่ดินขนาด ๑,๒๔๐ ไร่ ๓ งาน ๖๙ ตารางวา ให้กับมหาวิทยาลัย ที่ตั้งแห่งใหม่นี้
อยู่ใกล้กรุงเทพฯ การคมนาคมสะดวกเหมาะกับการติดต่อส่วนราชการของมหาวิทยาลัย มีพื้นที่รองรับ
นักศึกษาได้มากขึ้น โดยเฉพาะนักศึกษาปีที่ ๑ และ ๒ พร้อมทั้งรองรับหลักสูตรที่จะเปิดเพิ่มเติมนอกเหนือ
จากด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ ทั้งนี้เพื่อให้เป็นมหาวิทยาลัยที่สมบูรณ์และเป็นศูนย์รวมของประชาคมมหิดล

ผังแม่บทฉบับบุกเบิก พ.ศ. ๒๕๑๗

มหาวิทยาลัยมหิดลมอบหมายให้กรมโยธาธิการเป็นผู้ออกแบบ แนวความคิดของผังแม่บทฉบับนี้กำหนดให้
กิจกรรมต่างๆ รวมตัวอยู่ในบริเวณเดียวกัน เช่น กลุ่มอาคารเรียนถูกจัดวางให้อยู่ใกล้ถนนภายนอกและสถานี
รถไฟ พื้นที่อยู่อาศัยอยู่ใกล้กับพื้นที่ส่วนการศึกษาเพื่อเดินทางสะดวก เข้าถึงกิจกรรมต่างๆ ด้วยถนนสายหลัก
รูปตัวยู (U) ถนนสายรอง และทางเดินเท้าระยะสั้นๆ ในระยะแรกมีการปรับปรุงที่ดินและสิ่งก่อสร้างที่จำเป็น
เช่น สะพาน อาคารชลศาสตร์ ทำคันดิน เป็นต้น จากนั้นได้ก่อสร้างอาคารที่สำคัญ เช่น อาคารเรียน
วิทยาศาสตร์ อาคารเรียนสังคมศาสตร์ อาคารหอสมุด และอาคารอำนวยการ ตลอด ๒๐ ปีพื้นที่ศาลายา
ได้พัฒนาทางกายภาพอย่างต่อเนื่อง เป็นที่ตั้งของหน่วยงานรวม ๑๗ หน่วยงาน นอกจากนี้ยังคงดูแล
ด้านสาธารณูปโภคและบริการต่างๆ เช่น ธนาคาร ไปรษณีย์ เป็นต้น

อนึ่ง สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักของมหาวิทยาลัยนั้น ในยุคมหาวิทยาลัย
แพทยศาสตร์ มีที่ทำการอยู่ที่ตึกอำนวยการ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กระทั่งใน พ.ศ. ๒๕๓๑ ได้ย้าย
ไปอยู่ที่อาคารเชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า จนถึง พ.ศ. ๒๕๔๓ จึงได้ย้ายเข้ามาอยู่ที่วิทยาเขตศาลายา
จนถึงปัจจุบัน

ผังแม่บทฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๔๐

เหตุใดต้องปรับปรุงผังแม่บท

เนื่องจากผังแม่บทฉบับ พ.ศ. ๒๕๑๗ มีความล้าสมัย ไม่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมโดยรอบที่เจริญขึ้น
ที่สำคัญคือเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายพัฒนาให้เป็นศูนย์การบริหาร การจัดการศึกษา การวิจัย และ
การให้บริการวิชาการของมหาวิทยาลัย

แนวความคิดภาพรวมของการปรับปรุงผังแม่บท
แบ่งออกเป็น ๕ ด้านดังนี้

๑. การวางผังการใช้ประโยชน์ที่ดิน

เน้นการกระจายและสร้างความเป็นสัดส่วนของกิจกรรม โดยกิจกรรมประเภทเดียวกันหรือเกี่ยวข้องกัน
ให้อยู่บริเวณเดียวกัน จัดพื้นที่เป็นบล็อกบริเวณกลุ่มกิจกรรมให้ชัดเจนขึ้น และครอบคลุมกิจกรรมที่มีอยู่
ในปัจจุบันและกลุ่มกิจกรรมที่เกิดขึ้นใหม่ในอนาคต

๒. การวางผังโครงข่ายระบบถนน

ผังแม่บทฉบับเดิมจะเน้นถนนสายหลักรูปตัวยูซึ่งไม่สามารถเข้าถึงได้ทุกบริเวณ ผังแม่บทฉบับนี้จึงแบ่ง
เป็นถนนสายหลักและสายรอง โดยวางแนวถนนเป็นรูปบล็อก ส่วนถนนสายย่อยจะเป็นตัวเชื่อมถนน
สายหลักและถนนสายรองเข้าถึงภายในพื้นที่

๓. เส้นทางสัญจร

เป็นเส้นทางสำหรับการเข้าถึงอาคารและกิจกรรมในแต่ละบริเวณ เน้นทางเดินเท้าและรถจักรยาน
สำหรับทางเดินเท้ามีการตกแต่งภูมิทัศน์ให้สวยงาม ในบางพื้นที่จะมีหลังคาคลุม ส่วนเส้นทาง
รถจักรยานได้กำหนดไว้ชัดเจนบนถนนสายหลักและกำหนดจุดจอดรถจักรยาน เพื่อส่งเสริมให้
นักศึกษาและบุคลากรใช้รถจักรยานแทนการใช้รถยนต์

๔. การวางผังภูมิทัศน์

เป็นการออกแบบพื้นที่เพื่อให้ได้พื้นที่โล่งว่าง ได้สภาพแวดล้อมที่สวยงาม ร่มรื่น และสร้างบรรยากาศ
ทางการศึกษา ผังแม่บทฉบับนี้ได้กำหนดการพัฒนาภูมิทัศน์ที่ชัดเจนขึ้น เช่น ที่หมายตาหลักและรอง
การเลือกพรรณไม้ และการจัดสิ่งประกอบถนนและสถานที่ช่วยให้เกิดความสวยงาม

๕. การวางผังสาธารณูปโภค

มีการพัฒนาให้สอดคล้องกับสภาพที่เป็นอยู่ เช่น ระบบไฟฟ้า มีการวางระบบโครงข่ายกระแสไฟฟ้า
แบบเดินท่อฝังดิน ระบบน้ำประปาได้เจาะบ่อบาดาลเพิ่มเติมเพื่อใช้เป็นแหล่งน้ำดิบและเพิ่มถังน้ำใส
เพื่อเก็บน้ำสำรองเพิ่มขึ้น ส่วนการระบายน้ำได้ปรับปรุงคันดินมั่นคงยิ่งขึ้น นอกจากนี้ระบบบำบัดน้ำเสีย
ได้นำเทคโนโลยีมาใช้ในการบำบัดและมีการวางโครงข่ายระบบน้ำเสียรวมอีกด้วย

แนวความคิดภาพรวมของการปรับปรุงผังแม่บท
แบ่งออกเป็น ๕ ด้านดังนี้

๑. การวางผังการใช้ประโยชน์ที่ดิน

เน้นการกระจายและสร้างความเป็นสัดส่วนของกิจกรรม โดยกิจกรรมประเภทเดียวกันหรือเกี่ยวข้องกัน
ให้อยู่บริเวณเดียวกัน จัดพื้นที่เป็นบล็อกบริเวณกลุ่มกิจกรรมให้ชัดเจนขึ้น และครอบคลุมกิจกรรมที่มีอยู่
ในปัจจุบันและกลุ่มกิจกรรมที่เกิดขึ้นใหม่ในอนาคต

๒. การวางผังโครงข่ายระบบถนน

ผังแม่บทฉบับเดิมจะเน้นถนนสายหลักรูปตัวยูซึ่งไม่สามารถเข้าถึงได้ทุกบริเวณ ผังแม่บทฉบับนี้จึงแบ่ง
เป็นถนนสายหลักและสายรอง โดยวางแนวถนนเป็นรูปบล็อก ส่วนถนนสายย่อยจะเป็นตัวเชื่อม
ถนนสายหลักและถนนสายรองเข้าถึงภายในพื้นที่

๓. เส้นทางสัญจร

เป็นเส้นทางสำหรับการเข้าถึงอาคารและกิจกรรมในแต่ละบริเวณ เน้นทางเดินเท้าและรถจักรยาน สำหรับ
ทางเดินเท้ามีการตกแต่งภูมิทัศน์ให้สวยงาม ในบางพื้นที่จะมีหลังคาคลุม ส่วนเส้นทางรถจักรยานได้
กำหนดไว้ชัดเจนบนถนนสายหลักและกำหนดจุดจอดรถจักรยาน เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษาและ บุคลากร
ใช้รถจักรยานแทนการใช้รถยนต์

๔. การวางผังภูมิทัศน์

เป็นการออกแบบพื้นที่เพื่อให้ได้พื้นที่โล่งว่าง ได้สภาพแวดล้อมที่สวยงาม ร่มรื่น และสร้างบรรยากาศ
ทางการศึกษา ผังแม่บทฉบับนี้ได้กำหนดการพัฒนาภูมิทัศน์ที่ชัดเจนขึ้น เช่น ที่หมายตาหลักและรอง
การเลือกพรรณไม้ และการจัดสิ่งประกอบถนนและสถานที่ช่วยให้เกิดความสวยงาม

๕. การวางผังสาธารณูปโภค

มีการพัฒนาให้สอดคล้องกับสภาพที่เป็นอยู่ เช่น ระบบไฟฟ้า มีการวางระบบโครงข่ายกระแสไฟฟ้าแบบ
เดินท่อฝังดิน ระบบน้ำประปาได้เจาะบ่อบาดาลเพิ่มเติมเพื่อใช้เป็นแหล่งน้ำดิบและเพิ่มถังน้ำใสเพื่อเก็บ
น้ำสำรองเพิ่มขึ้น ส่วนการระบายน้ำได้ปรับปรุงคันดินมั่นคงยิ่งขึ้น นอกจากนี้ระบบบำบัดน้ำเสียได้นำ
เทคโนโลยีมาใช้ในการบำบัดและมีการวางโครงข่ายระบบน้ำเสียรวมอีกด้วย

ผังแม่บทฉบับล่าสุด พ.ศ. ๒๕๕๑

แนวคิดของการปรับผังแม่บท

ผังแม่บทฉบับล่าสุดนี้มีระยะเวลาตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๑ - ๒๕๖๖เน้นพัฒนาทางกายภาพให้สอดคล้อง
กับวิสัยทัศน์ “เมืองมหาวิทยาลัยแห่งการเรียนรู้และอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติ” มีองค์ประกอบสำคัญ ๓ ด้าน
ได้แก่ องค์ประกอบทางกายภาพ ทางสังคม และสิ่งแวดล้อม โดยการสร้างพื้นที่กิจกรรมและสิ่งแวดล้อม
ให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันอย่างฉันมิตร

แนวทางการพัฒนาผังแม่บทฉบับ พ.ศ. ๒๕๕๑

แบ่งออกเป็น ๕ ด้านดังนี้

๑. การพัฒนาการใช้ประโยชน์ที่ดิน

เน้นการจัดหมวดหมู่กิจกรรมเป็นกลุ่มก้อนอย่างชัดเจนและเกิดความเชื่อมโยงต่อเนื่องกัน โดยใช้ระบบบ
ล็อกย่อย (Block System) เพื่อความสะดวกในการกำหนดแนวทางพัฒนาในอนาคต นอกจากนี้ยัง
กำหนดสัดส่วนให้มีพื้นที่ว่างและพื้นที่สีเขียวไม่น้อยกว่าร้อยละ ๗๐ ของพื้นที่ทั้งหมดเพื่อคงพื้นที่สีเขียว
ไว้ให้มากที่สุด

๒. การพัฒนาระบบภูมิทัศน์

เน้นการปรับปรุงสภาพแวดล้อมที่กระตุ้นการเรียนรู้ร่วมกับธรรมชาติ การอนุรักษ์พื้นที่สีเขียวและใช้พื้นที่
ว่างให้เกิดประโยชน์ เช่น การสร้างแนวแกนหลักสีเขียว การกำหนดมุมมองที่หมายตาให้เป็นที่จดจำ
การให้แสงสว่าง รวมทั้งกำหนดพื้นที่กิจกรรมที่มีความร่มรื่นเพื่อเป็นศูนย์รวมของประชาคมมหิดล

๓. การพัฒนาระบบการสัญจร

เน้นพัฒนาระบบทางเดินเท้าและทางรถจักรยานเป็นหลัก โดยการลดช่องทางจราจรเพื่อคืนพื้นที่ให้
ทางเดินเท้าและรถจักรยานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังพัฒนาระบบถนน จุดจอดรถยนต์
และรถจักรยาน รวมถึงระบบขนส่งมวลชนภายใน (Shuttle bus) คำนึงถึงความสะดวก ปลอดภัย
และการสร้างการเรียนรู้ร่วมกับธรรมชาติ

๔. การพัฒนาระบบสาธาณูปโภคและสาธารณูปการ

ระบบสาธารณูปโภค มีการปรับปรุงและวางผังโครงข่ายให้เพียงพอกับการขยายตัวของกิจกรรม
โดยคำนึงถึงการลดพลังงาน รักษาสิ่งแวดล้อม
ลดใช้ทรัพยากรภายในมหาวิทยาลัยเพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีต่อชุมชน ส่วนสาธารณูปการได้กำหนด
พื้นที่การให้บริการอย่างเป็นระบบ

๕. การพัฒนาอาคารและสิ่งก่อสร้าง

ผังแม่บทฉบับนี้เป็นผังแม่บทฉบับแรกที่ได้กำหนดการขยายตัวของอาคารในอนาคต ทั้งนี้ได้
กำหนดเกณฑ์ของรูปผังอาคารที่เอื้อต่อการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้และความเชื่อมต่อของ
การใช้งาน, รวมถึงความสูงของอาคารเพื่อป้องกันปัญหาการบดบังทัศนียภาพ และระยะถอยร่น
เพื่อให้มีความเป็นระเบียบของกลุ่มอาคาร

 

  • 01 picture
  • 02 picture
  • 03 picture
Scroll to top