โซนที่ ๓: “มหิดล” มุ่งสู่ความเป็นเลิศ

แสดงพัฒนาการของยุคขยายการศึกษาที่ครอบคลุมศาสตร์ทุกสาขา

และมุ่งสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ ในทางกายภาพก็เกิดพื้นที่ส่วนกลางคือวิทยาเขตศาลายา ทำหน้าที่เป็น
ศูนย์กลางของสถาบันและศูนย์รวมชาวมหิดล นอกจากนี้ยังแสดงประวัติพัฒนาการของวิทยาเขตต่างๆ
ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดด้วย

“มหิดล” มุ่งสู่ความเป็นเลิศ

บอกเล่าประวัติความเป็นมาของมหาวิทยาลัยมหิดล นับตั้งแต่การขอพระราชทานนาม “มหิดล” เพื่ออัญเชิญ
เป็นชื่อใหม่ของมหาวิทยาลัย จนกระทั่งพัฒนามาเป็นมหาวิทยาลัยที่สมบูรณ์ มีคณะวิชาครบทุกแขนง ทั้งสาย
วิทยาศาสตร์และสังคมศาสตร์ รวมทั้งบอกเล่าถึงการมีส่วนร่วมทางการเมืองของนักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล
ในช่วงเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๖ และ ๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๙ และพัฒนาการของมหาวิทยาลัย
ในปัจจุบันซึ่งจะนำพามหาวิทยาลัยไปสู่ความเป็นเลิศในอนาคต

ก้าวสู่การเป็น “มหิดล”

หลังจากการจัดตั้งบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๗ คณะผู้บริหารและคณาจารย์
ของมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ได้เข้าเฝ้าฯพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อถวายรายงานและขอพระราชทาน
นาม “มหิดล” อันเป็นพระนามของสมเด็จพระบรมราชชนก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมี พระราชดำรัสตอบว่า
ไม่ขัดข้อง แต่ทางมหาวิทยาลัยควรปรับปรุงและขยายมหาวิทยาลัยให้เป็น “มหาวิทยาลัยที่สมบูรณ์” เสียก่อน
ดังนั้นมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์จึงได้จัดตั้งคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ขึ้น เพื่อขยายการเรียนการสอน
ให้ครอบคลุมสาขาวิชาทางสังคมศาสตร์ นอกเหนือจากการแพทย์และสาธารณสุข ที่มีอยู่แล้ว จนกระทั่งใน
พ.ศ. ๒๕๑๒ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อจาก “ มหาวิทยาลัย
แพทยศาสตร์” เป็น “มหาวิทยาลัย มหิดล” และในวันที่ ๑ มีนาคมปีเดียวกันนั้น พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัย
มหิดลก็ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา มหาวิทยาลัยมหิดลจึงถือเอาวันต่อมาคือวันที่ ๒ มีนาคมเป็นวันสถาปนา
มหาวิทยาลัยนับแต่นั้นเป็นต้นมา

กำเนิดวิทยาเขตศาลายา

ภายหลังจากการเปลี่ยนชื่อเป็นมหาวิทยาลัยมหิดล สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี องค์ประธานคณะกรรม
การส่งเสริมมหาวิทยาลัยมหิดล มีพระราชดำริว่า มหาวิทยาลัยมหิดลควรจะวางโครงการเพิ่มการรับนักศึกษา เพื่อ
สนองนโยบายขยายขอบเขตการศึกษา แต่เนื่องจากคณะวิชาของมหาวิทยาลัยตั้งอยู่กระจัดกระจายตามวิทยาเขต
ต่างๆ และมีพื้นที่จำกัด มหาวิทยาลัยมหิดลจึงจำเป็นต้องขยายขอบเขตออกไปนอกเมือง โดยมีเงื่อนไขว่าที่ตั้ง
ของมหาวิทยาลัยต้องอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก ทางคณะกรรมการจึงเลือกที่ดินของสำนักงานทรัพย์สิน
ส่วนพระมหากษัตริย์ที่ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม เพราะมีระยะทางไม่ไกลจากกรุงเทพฯ
และมีพื้นที่ขนาดใหญ่ คณะกรรมการจึงเจรจาขอซื้อที่ดิน ในขณะที่กำลังเจรจาต่อรองราคาที่ดินอยู่นั้น สมเด็จ
พระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงใช้พระหัตถ์โอบไหล่ของผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์
และทรงต่อราคาลงเรื่อยๆ จนกระทั่งสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ลดราคาที่ดินดังกล่าวเหลือเพียงไร่ละ
๑๐,๐๐๐ บาทเท่านั้น นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่ชาวมหิดลรู้สึกซาบซึ้งจนถึงทุกวันนี้

มหาวิทยาลัยที่สมบูรณ์

โครงการขยายการศึกษาไปยังพื้นที่ศาลายาครอบคลุมทั้งจุดประสงค์ในด้านกายภาพและด้านวิชาการ ในด้าน
กายภาพมีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับนักศึกษาที่มีจำนวนมากขึ้น  เนื่องจากศาลายามีพื้นที่กว้างขวางและมีบรรยากาศ
ที่เหมาะสม ทางมหาวิทยาลัยจึงจัดสรรพื้นที่ตามประโยชน์ใช้สอยและปรับภูมิทัศน์โดยการปลูกต้นไม้เพิ่มเพื่อสร้าง
ความร่มรื่นและบรรยากาศที่น่าอยู่ภายในวิทยาเขต สำหรับด้านวิชาการ มหาวิทยาลัยได้ขยายขอบเขตการเรียน
การสอนจากคณะวิชาด้านวิทยาศาสตร์ไปสู่คณะทางสังคมศาสตร์ รวมทั้งขยายการศึกษาแก่ผู้ทุพพลภาพและ
นักศึกษาต่างชาติ นอกจากนี้ยังได้จัดตั้งคณะและหน่วยงานทางวิทยาศาสตร์เพิ่มขึ้นจากเดิม การขยายขอบเขต
งานอย่างกว้างขวางนี้ ทำให้มหาวิทยาลัยมหิดลกลายเป็นมหาวิทยาลัยที่สมบูรณ์ และพร้อมที่จะผลิตบุคลากร
ที่มีคุณภาพเพื่อพัฒนาประเทศชาติต่อไป

มุ่งสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ ในฐานะ “ปัญญาของแผ่นดิน”

จากพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงต้องการให้มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์เป็นมหาวิทยาลัย
ที่สมบูรณ์ ภายใต้ชื่อ “มหาวิทยาลัย มหิดล” เพื่อเป็นแหล่งสร้างคนให้เป็น “ปัญญาของแผ่นดิน” มหาวิทยาลัยจึง
ขยายสาขาวิชาให้กว้างขวางครอบคลุมทั้งด้านสังคมศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ภายใต้วัตถุประสงค์ด้านการสนับสนุน
การพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทย รวมทั้งจัดตั้งวิทยาลัยราชสุดา เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย
แก่ผู้พิการ และพัฒนากลุ่มคนเหล่านี้ให้เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ นอกจากนี้มหาวิทยาลัยยังให้ความสำคัญกับการยก
ระดับจิตใจของประชาชน โดยการจัดตั้งวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ซึ่งเป็นสถาบันที่เน้นการเรียนการสอนด้านดนตรี รวม
ทั้งขยายโอกาสทางการศึกษาออกไปยังภูมิภาคอื่นๆ โดยจัดตั้งวิทยาเขตเพิ่มอีก ๓ แห่ง ได้แก่ วิทยาเขตกาญจนบุรี
วิทยาเขตนครสวรรค์ และวิทยาเขตอำนาจเจริญ ถือเป็นการพัฒนาให้มหาวิทยาลัยมหิดลกลายเป็นมหาวิทยาลัยที่
ดำเนินงานได้อย่างกว้างขวาง ครอบคลุมและเป็นสากล ปัจจุบันมหาวิทยาลัยมหิดลมีคณะวิชาทั้งสิ้น ๑๗ คณะ และ
ส่วนงานด้านวิชาการและงานวิจัยกว่า ๒๐ ส่วนงาน ผลิตบัณฑิตปีละกว่า ๕,๐๐๐ คน ทั้งยังได้รับการจัดอันดับให้เป็น
มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในประเทศไทยติดต่อกันหลายปีจนถึงปัจจุบัน

“กรีน แคมปัส” ชีวิตคุณภาพในมหาวิทยาลัยสีเขียว

จากแนวคิด "มหาวิทยาลัยเมืองในฝัน เมืองน่าอยู่และสร้างเสริมสุขภาวะ” นำไปสู่โครงการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้
จากธรรมชาติและชุมชนให้แก่นักศึกษา เพื่อสร้างคนเก่งที่มีจิตใจดี ด้วยเหตุนี้โครงการ “กรีน แคมปัส” จึงเกิดขึ้น
โดยการปรับปรุงพื้นที่ในมหาวิทยาลัย ที่เน้นความเป็นธรรมชาติและการอยู่ร่วมกับชุมชนโดยรอบ ตามแนวทาง ๕
ประการ ที่ปรากฏในแผนแม่บทระยะเวลา ๕ ปี (๒๕๕๑-๒๕๕๕) ดังนี้

1)   มหาวิทยาลัยต้องมีพื้นที่สีเขียวไม่น้อยกว่า ๗๐%

2)   ลดพื้นที่การจราจรของรถยนต์ลงครึ่งหนึ่ง แล้วแบ่งเป็นพื้นที่เดินเท้าหรือปั่นจักรยานแทน

3)   สร้างพื้นที่การเรียนรู้ด้านธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้กับนักศึกษาของมหาวิทยาลัย

4)   พัฒนามหาวิทยาลัยให้มีความเชื่อมโยงกับชุมชนรอบข้าง ไม่แยกตัวออกจากชุมชน

5)   การพัฒนาด้านกายภาพต้องเกิดจากกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกคนทุกฝ่ายในมหาวิทยาลัย

ภายใต้แนวทางเหล่านี้ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ได้ดำเนินการปรับปรุงพื้นที่ด้านกายภาพเพื่อพัฒนาจิตใจ
ของนักศึกษา และเพื่อให้นักศึกษาได้ซึมซับบรรยากาศการเรียนรู้ตลอดระยะเวลาที่ศึกษาอยู่ที่นี่ โครงการกรีน
แคมปัส ประกอบด้วยโครงการย่อยหลายโครงการที่ดำเนินงานแล้ว เช่น การเปลี่ยนทางรถยนต์เป็นถนนคนเดิน
การใช้รถราง การปลูกต้นไม้ในมหาวิทยาลัย โครงการธนาคารขยะรีไซเคิล และโครงการบ้านรักหมา คือฝึกสุนัข
จรจัดให้เป็นสุนัขนิสัยดี เป็นต้น

จักรยานขาวในรั้วศาลายา

โครงการจักรยานสาธารณะเกิดขึ้นจากปัญหาจักรยานเก่าที่ถูกทิ้งไว้ตามหอพักนักศึกษา มหาวิทยาลัยจะนำจักรยาน
เหล่านี้มาซ่อมแซมและทาสีจักรยานใหม่เป็นสีขาว และยังจัดซื้อจักรยานใหม่อีกส่วนหนึ่ง  แล้วทำทะเบียน เพื่อให้
นักศึกษาและบุคลากรได้นำไปใช้สัญจรในมหาวิทยาลัย โดยมีกฎกติกาว่าสามารถนำไปใช้และจอดที่ไหนก็ได้ แต่
ห้ามล็อกหรือนำจักรยานออกนอกมหาวิทยาลัย นอกจากนี้ทางมหาวิทยาลัยยังจัดสร้างเส้นทางสัญจรทางจักรยาน
(Bike lane) เพิ่มขึ้น รวมทั้งจัดตั้งหน่วยซ่อมบำรุงจักรยาน และดูแลด้านความปลอดภัยโดยกองกายภาพ
และสิ่งแวดล้อมร่วมกับกองกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล

 

ธงวันมหิดล

ธงผ้ารูปสามเหลี่ยมขนาดเล็ก พิมพ์รูปพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระบรมราชชนก เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๓
เพื่อจำหน่ายให้แก่ประชาชน รายได้จากการจำหน่ายธงทั้งหมดนั้นจะนำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล รวมทั้ง
จัดซื้ออุปกรณ์และเครื่องอำนวยความสะดวกแก่ผู้ป่วยยากไร้ เหตุการณ์สำคัญที่แสดงถึงความร่วมแรงร่วมใจของ
นักศึกษาเกิดขึ้นใน พ.ศ. ๒๕๒๐ เมื่อธงวันมหิดลขายหมดก่อนวันที่ ๒๓ กันยายน (๑ วันก่อนวันมหิดล) ซึ่งเป็นวัน
ขายใหญ่ “กลุ่มอาสามหาวิทยาลัยมหิดล” ซึ่งประกอบด้วยนักศึกษาจากทุกคณะและทุกวิทยาเขตจึงมารวมตัวกันเป็น
เวลา ๒ วัน ๒ คืน เพื่อทำธงเพิ่ม จนกระทั่งมีธงพอขายในวันที่ ๒๓ กันยายน ในปีต่อมาคณะกรรมการจำหน่ายธงวัน
มหิดลจึงมีมติให้จ้างกลุ่มอาสาฯ ผลิตธงแทนจ้างบริษัทเอกชน เพราะเห็นว่านักศึกษาทำได้ดีเทียบเท่ามืออาชีพ และ
ยังเป็นการสนับสนุนกิจกรรมของนักศึกษา ส่วนทางกลุ่มอาสาฯ ก็ได้นำกำไรจากการขายธงไปสร้างโรงเรียนในชนบท
เป็นประจำทุกปี

อนาคตของเรา

มหาวิทยาลัยมหิดลมีเป้าหมายที่จะเป็นมหาวิทยาลัยระดับโลกที่มีความเป็นเลิศด้านการบริการสุขภาพ ศาสตร์
ศิลป์ และนวัตกรรม ทั้งนี้ มหาวิทยาลัย มหิดลได้กำหนดแนวทางในการพัฒนาตนเองไปสู่การเป็นมหาวิทยาลัย
ระดับโลกไว้ ๓ ประการ ได้แก่ ประการที่ ๑ คือการส่งเสริมความกลมกลืนในความหลากหลาย โดยการประสาน
วิสัยทัศน์ พันธกิจของคณะ สถาบัน และวิทยาลัยต่างๆ ให้มีความสอดคล้องเป็นไปในทิศทางเดียวกับวิสัยทัศน์และ
พันธกิจของมหาวิทยาลัย ประการที่ ๒ คือ การพัฒนาระบบสารสนเทศและทรัพยากร โดยการบริหารจัดการข้อมูล
เพื่อให้เอื้อต่อการเรียนการสอน การวิจัย และการบริหารจัดการ และประการที่ ๓ คือ การพัฒนาทรัพยากรบุคคล
นักศึกษา บุคลากร และคณาจารย์ โดยการพัฒนาทักษะ และความชำนาญในวิชาชีพ สร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมที่เอื้อ
ต่อการเรียนรู้ และบรรยากาศที่กระตุ้นให้เกิดการค้นคว้าวิจัย รวมทั้งสร้างความร่วมมือระหว่างภาคส่วนให้เป็นไป
ตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้ตามเป้าหมาย เพื่อการพัฒนาสังคม และประโยชน์สุขแห่งมนุษยชาติ ดังพระราชดำรัส
ของสมเด็จพระบรมราชชนกที่ว่า
“ความสำเร็จที่แท้จริงมิได้ขึ้นอยู่กับการเรียนเพียงเพื่อรู้ แต่อยู่กับการนำความรู้นั้น
ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่มนุษยชาติ”

  • 01 picture
  • 02 picture
  • 03 picture
  • 04 picture
  • 05 picture
  • 06 picture
  • 07 picture
  • 08 picture
 

Scroll to top