โซนที่ ๒: เมื่อแรกสถาปนาในชื่อ “มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์”

จัดแสดงประวัติความเป็นมาและพัฒนาการในยุคแรก

ของการก่อตั้งมหาวิทยาลัยภายใต้ชื่อ “มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์” ในส่วนนี้จะมีการเท้าความถึงจุดตั้งต้น
สถาบันคือการต่อตั้งโรงพยาบาลศิริราชและโรงเรียนแพทย์ในสมัยรัชกาลที่ ๕ ด้วย

เมื่อแรกสถาปนาในชื่อ “มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์”

บอกเล่าความเป็นมาของมหาวิทยาลัยมหิดลในยุคแรก เริ่มจากการก่อตั้งมหาวิทยาลัยซึ่งในขณะนั้นใช้ชื่อว่า
“มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์” การจัดตั้งคณะวิชาเพิ่มขึ้นเพื่อขยายขอบเขตการศึกษา พร้อมทั้งบอกเล่า
เรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตของนักศึกษาในยุคนั้น ในส่วนท้ายของการจัดแสดงเท้าความถึงยุคก่อนสถาปนา
มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ได้แก่ การก่อตั้งและพัฒนาการของโรงพยาบาลศิริราช และสร้างโรงเรียนแพทย์
ซึ่งเริ่มขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕

  • 01 picture
  • 02 picture
  • 03 picture
  • 04 picture
  • 05 picture
  • 06 picture
  • 07 picture
  • 08 picture
  • 09 picture
  • 10 picture
  • 11 picture
  • 12 picture
  • 13 picture
  • 14 picture
  • 15 picture
  • 16 picture
  • 17 picture
  • 18 picture
  • 19 picture
  • 20 picture

ปฐมบทแห่งปัญญา

เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๕ คณะแพทยศาสตร์และศิริราชพยาบาล คณะทันตแพทยศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์
และคณะสัตวแพทยศาสตร์ โอนจากสังกัดจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมาขึ้นกับมหาวิทยาลัยที่ตั้งขึ้นใหม่ชื่อว่า
“มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์” ภายใต้สังกัดกระทรวงสาธารณสุข โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตแพทย์จำนวนน้อย
แต่มีคุณภาพ และผลิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ภายใต้คติพจน์ที่ว่า “อตฺตานํ อุปฺมํ กเร” หมายความว่า
“คิดและปฏิบัติต่อผู้อื่น ดังเช่นคิดและปฏิบัติต่อตนเอง” คตินี้สอดคล้องกับพระบรมราโชวาทของ
สมเด็จพระบรมราชชนก เรื่องการทำหน้าที่แพทย์รับใช้ประชาชนที่ว่า “การที่จะได้รับความไว้วางใจของคนไข้
ขอท่านถือสุภาษิตว่า
‘ใจเขาใจเรา’ ท่านคงจะคิดว่าท่านอยากได้ความสบายแก่ตัวท่านอย่างไร ก็ควรพยายามให้ความสบายแก
่คนไข้อย่างนั้น”

  • 01 picture
  • 02 picture
  • 03 picture
  • 04 picture
  • 05 picture
  • 06 picture
  • 07 picture

พระราชาและเจตนารมณ์

วันที่ ๒๓ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๙ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย
สมเด็จพระอนุชาไปพระราชทานปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิต ณ ปะรำพิธีหน้าตึกรังสีวิทยา โรงพยาบาล
ศิริราช นับเป็นการพระราชทานปริญญาบัตรครั้งแรกและครั้งเดียวในรัชกาล และได้พระราชทาน
พระบรมราโชวาท ความว่า

“ข้าพเจ้าใคร่จะให้มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ผลิตแพทย์
ให้ได้จำนวนมากขึ้นให้พอกับความต้องการของประเทศชาติ”

พระบรมราโชวาทนี้จึงเปรียบเสมือนการประกาศเจตนารมณ์ของมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ในการผลิต
บุคลากร มารับใช้ประชาชนอย่างเต็มภาคภูมิ

ฝ่าคลื่นลมอุปสรรค

สงครามโลกครั้งที่ ๒ ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะพื้นที่ศิริราช
เมื่อกองทัพญี่ปุ่นบุกยึดตึกคณะทันตแพทยศาสตร์ อาคารของคณะแพทยศาสตร์และศิริราชพยาบาลหลายหลัง
ถูกโจมตีทางอากาศโดยกองทัพฝ่ายสัมพันธมิตร เช่น ตึกพยาธิวิทยาใหม่ ตึกพระองค์หญิง และหอพักแพทย์
จนต้องสร้างเรือนไม้หลังคามุงจากเป็นที่เรียนแทน อย่างไรก็ตาม โรงพยาบาลศิริราชยังคงเปิดรับผู้ป่วยและ
ผู้บาดเจ็บจากสงคราม โดยมีนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ ๔ มาช่วยงาน ทว่าเมื่อถูกโจมตีอย่างหนัก มหาวิทยาลัย
จำต้องย้ายสถานที่เรียนไปยังอาคารเก่าของโรงเรียนราชวิทยาลัย
(ศาลากลางเก่าจังหวัดนนทบุรีในปัจจุบัน)

นอกจากนี้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ อุปกรณ์การเรียน ตำราเรียน ยา เวชภัณฑ์ และบุคลากรด้านการแพทย์
ขาดแคลนอย่างหนัก เนื่องจากไม่สามารถติดต่อกับประเทศทางตะวันตกได้ อาจารย์แพทย์ชาวไทยจึงต้องเขียน
ตำราและดัดแปลงเครื่องมือเครื่องใช้เพื่อนำไปสอนนักศึกษา เช่น ตำรามหกายวิภาคศาสตร์ สไลด์วิชาต่างๆ
และเครื่องมือทดลองทางสรีรวิทยา เป็นต้น

  • 01 picture
  • 02 picture
  • 03 picture
  • 04 picture
  • 05 picture
  • 06 picture
  • 07 picture
  • 08 picture
  • 09 picture
  • 10 picture
  • 11 picture
  • 12 picture
  • 13 picture
  • 14 picture
  • 15 picture
  • 16 picture
  • 17 picture
  • 18 picture

 

กิจกรรมรับน้องข้ามฟาก: เรียนร่วมสำนัก...รักเหมือนร่วมแม่

ที่มาของกิจกรรมรับน้องข้ามฟากเกิดขึ้นครั้งแรกใน พ.ศ. ๒๔๗๔ เมื่อคณะแพทยศาสตร์และศิริราชพยาบาล
ยังอยู่ภายใต้สังกัดจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขณะนั้นมีการแข่งขันฟุตบอลระหว่างคณะแพทยศาสตร์ฯ
กับคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นักฟุตบอลของคณะวิทยาศาสตร์ซึ่งเป็นคณะเตรียมแพทยศาสตร์
ได้ก่อเหตุวิวาทกับนักฟุตบอลคณะแพทยศาสตร์ฯ เป็นเหตุให้รุ่นพี่ของคณะแพทยศาสตร์ฯ ไม่พอใจ และวางแผน
แก้แค้นเมื่อรุ่นน้องผู้นี้ “ข้ามฟาก” มาเรียนที่ศิริราช อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการสโมสรสาขาศิริราชได้ประชุม
หารือกันว่าการแก้แค้นนั้นไม่ก่อให้เกิดผลดี ในที่สุดก็ตกลงกันว่าจะพายเรือจากฝั่ง ศิริราชข้ามไปท่าพระจันทร์
เพื่อรับนักศึกษาใหม่ที่เดินทางมาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แล้วจัดงานเลี้ยงต้อนรับเพื่อเป็นการแสดงการให้
อภัยและเชื่อมความสามัคคีแทน การรับน้องใหม่ครั้งนี้นอกจากจะสร้างความสมานฉันท์แล้ว ยังทำให้รุ่นพี่นักศึกษา
แพทย์ได้รับการยอมรับจากรุ่นน้อง จนกลายเป็นประเพณีที่ถือปฏิบัติกันมาจนถึงปัจจุบันและถือเป็นพิธีรับน้องใหม
่ในมหาวิทยาลัยครั้งแรกของเมืองไทย

มุ่งรักษาประชาชน

สืบเนื่องจากความต้องการด้านการแพทย์ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ ที่เพิ่มขึ้นมาก ส่งผลให้งานของ
คณะแพทยศาสตร์และศิริราชพยาบาลขยายขอบเขตออกไปอย่างกว้างขวางเพื่อสนองความต้องการ ดังกล่าว
มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์จึงได้ก่อตั้งคณะวิชาต่างๆ เพิ่มขึ้นตามลำดับ ดังนี้ คณะสาธารณสุขศาสตร์ คณะเทคนิค
การแพทย์ คณะเวชศาสตร์เขตร้อน คณะวิทยาศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี
คณะทันตแพทยศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ แสดงถึงความรุ่งเรืองทางการแพทย์และสาธารณสุขของประเทศไทย
และสะท้อนถึงความตั้งใจของบุคลากรของมหาวิทยาลัยที่มุ่งสร้างเสริมสุขภาพอนามัยที่ดีแก่ประชาชน

  • 01 picture
  • 02 picture
  • 03 picture
  • 04 picture
  • 05 picture
  • 06 picture

จุดตั้งต้นของสถาบัน

จุดเริ่มต้นของมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ เกิดขึ้นจากการก่อตั้งโรงพยาบาลศิริราชเมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน พ.ศ. ๒๔๓๑
ตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขของประชาชน ตลอดจน
ปรับปรุงการแพทย์ให้เจริญทัดเทียมนานาอารยประเทศ มีโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐานตะวันตกเพื่อใช้รักษาผู้ป่วยโดย
ไม่คิดค่ารักษา และผลิตบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขให้กับประเทศ ชื่อโรงพยาบาลศิริราชนั้นมาจากพระนาม
ของสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าศิริราชกกุธภัณฑ์ พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่ง
สิ้นพระชนม์ด้วยโรคบิด ขณะที่มี พระชนมายุเพียง ๑ ปี ๗ เดือน

ต่อมามีการก่อตั้งโรงเรียนแพทยากรขึ้นใน พ.ศ. ๒๔๓๖ เพื่อฝึกหัดแพทย์ไว้ใช้ในโรงพยาบาล และในอีก ๗ ปีต่อมา
โรงเรียนแพทยากรก็ได้พัฒนาเป็นโรงเรียนราชแพทยาลัยเพื่อผลิตแพทย์แผนปัจจุบันที่มีความชำนาญ รวมทั้งฝึกหัด
แพทย์ผดุงครรภ์และบุรุษพยาบาล จากนั้นใน พ.ศ. ๒๔๖๐ โรงเรียนราชแพทยาลัยได้ไปอยู่ในสังกัดจุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย และเปลี่ยนชื่อเป็นคณะแพทยศาสตร์และศิริราชพยาบาล มีการใช้หลักสูตรแบบตะวันตก โดยร่วมมือ
กับมูลนิธิร็อกกีเฟลเลอร์ในการพัฒนาหลักสูตรนี้ให้ถึงระดับปริญญา

ความร่วมมือจากมูลนิธิร็อกกีเฟลเลอร์

มูลนิธิร็อกกีเฟลเลอร์ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญด้านการปรับปรุงการเรียนการสอนวิชาแพทย์ในประเทศไทยโดย
การติดต่อเจรจาของสมเด็จพระบรมราชชนก จากความร่วมมือดังกล่าว คณะแพทยศาสตร์ฯ ได้ปรับปรุงหลักสูตร
เป็นแบบ ๒ : ๒ : ๒ แบ่งการเรียนเป็นชั้นเตรียมแพทยศาสตร์ ๒ ปี เรียนที่คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย และชั้นแพทยศาสตร์ ๔ ปี เรียนที่คณะแพทยศาสตร์และศิริราชพยาบาล ผู้ที่จบการศึกษาจะได้รับ
ปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิต นอกจากนี้ทางมูลนิธิร็อกกีเฟลเลอร์ยังร่วมกับรัฐบาลไทย ส่งแพทย์ชาวไทยไปเรียน
ต่อต่างประเทศ ส่งแพทย์จากต่างประเทศเข้ามาสอนในศิริราช รวมทั้งการให้ทุนสร้างอาคารใหม่

  • 01 picture
  • 02 picture
  • 03 picture
  • 04 picture
  • 05 picture
  • 06 picture
  • 07 picture
  • 08 picture
  • 09 picture
  • 10 picture
  • 11 picture
  • 12 picture
  • 13 picture
  • 14 picture
  • 15 picture
  • 16 picture
  • 17 picture
  • 18 picture
  • 19 picture
  • 20 picture
  • 21 picture
  • 22 picture
  • 23 picture
  • 24 picture
Scroll to top