“วันพระราชทานนามมหาวิทยาลัยมหิดล” วันที่ ๒ มีนาคม ของทุกปี เป็นวันที่ชาวมหิดลจะได้น้อมรำลึกถึงประวัติศาสตร์การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของมหาวิทยาลัย ในปี พ.ศ. ๒๕๑๒ เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทาน พระนามาภิไธย “มหิดล”
ในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ให้เป็นนามใหม่ของมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ โดยพระราชทานพระบรมราโชวาทแก่คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย ที่เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ให้พัฒนามหาวิทยาลัย ขยายขอบข่ายวิชาการให้กว้างขวาง เป็นมหาวิทยาลัยที่สมบูรณ์แบบ

        เหตุการณ์ดังกล่าว นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลง และการพัฒนามหาวิทยาลัยมหิดลที่สำคัญหลายประการ อาทิ รูปแบบการเรียนการสอน การวิจัย การจัดตั้งคณะใหม่ การขยายพื้นที่ การสร้างความร่วมมือเครือข่าย การสร้างบัณฑิตที่พึงประสงค์ การสร้างวัฒนธรรมองค์กร กำเนิดสัญลักษณ์ในรูปแบบต่างๆ และการก้าวไปเป็นมหาวิทยาลัยระดับโลก
เหนือสิ่งอื่นใด มหาวิทยาลัยมหิดลถือเป็นวาระสำคัญแห่งการแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระบรมราชชนก พระผู้ทรงมีพระจริยวัตรอันงดงามเปี่ยมด้วยพระเมตตาต่อปวงชนชาวไทย ทรงได้รับการเทิดทูนจากยูเนสโกเป็นบุคคลดีเด่นของโลกและถวายพระราชสมัญญา พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันและการสาธารณสุขไทย
พระบิดาแห่งการอุดมศึกษาไทย

 01 b02

พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. ๒๕๑๒ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับพิเศษ เล่ม ๘๖ ตอนที่ ๑๗ หน้า ๕-๒๗ ลงวันที่ ๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๑๒

 

การขอพระราชทานนาม

        เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๗ อาจารย์ผู้ใหญ่หลายท่านได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เพื่อถวายรายงาน และขอพระราชทานนาม “มหิดล” ได้ทรงมีพระกระแสรับสั่งว่าไม่ขัดข้อง แต่ขอให้ปรับขยายให้เป็นมหาวิทยาลัยที่สมบูรณ์เสียก่อน เพื่อให้สมพระเกียรติ แต่ขอให้เป็นไปในทางประหยัด ทางมหาวิทยาลัยก็ได้น้อมเกล้าฯ
รับมาดำเนินการ

        ต่อมาเมื่อวันที่ ๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๑๐ ในการประชุมสภามหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ได้อนุมัติให้จัดตั้งคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ และให้นำเสนอสภาการศึกษาแห่งชาติ แต่เนื่องจากหน้าที่ของมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ พ.ศ. ๒๔๘๖ ไม่ครอบคลุมไปถึงวิชาอื่นๆ สภาการศึกษาฯ จึงแนะนำให้ร่างพระราชบัญญัติเสียใหม่ ให้เป็นมหาวิทยาลัยที่สมบูรณ์ เช่นมหาวิทยาลัยอื่นๆ และในโอกาสเดียวกันก็ขอพระราชทานนามใหม่เสียด้วย

        วันที่ ๒๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๑๑ จึงได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต นำอาจารย์ชั้นผู้ใหญ่ พร้อมทั้งเลขาธิการสภาการศึกษาฯ เข้าเฝ้า เพื่อถวายรายงานเรื่องนี้อีก ก็ได้พระราชทานกระแสรับอีกสั่งว่า เมื่อพร้อมแล้ว และทางรัฐบาลเห็นสมควรก็ไม่ขัดข้อง

        หลังจากนั้น มหาวิทยาลัยได้ดำเนินการร่างพระราชบัญญัติใหม่ร่วมกับผู้แทนคณะกรรมการกฤษฎีกา แล้วนำเสนอที่ประชุมสภามหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๑ พร้อมกับการจัดตั้งคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ โดยหลังจากผ่านขั้นตอนตามระเบียบ และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณลงพระปรมาภิไธยแล้ว พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหิดล ก็ได้ประกาศใช้มีผลบังคับ ตั้งแต่วันที่ ๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๑๒ เป็นต้นไป โดยมี ศ. นพ.ชัชวาล โอสถานนท์ เป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดลท่านแรก       

   

Scroll to top