03

พระราชกรณียกิจและพระราชดำรัสทางด้านการศึกษา

        สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เมื่อครั้งยังดำรงพระอิสริยยศเป็น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกณ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญของการศึกษาระดับมัธยมศึกษา และการพัฒนาการศึกษาของเยาวชน มีพระราชประสงค์ที่จะกระจายการจัดการศึกษาไปสู่ท้องถิ่นธุรกันดารห่างไกล ด้วยทรงมั่นพระทัยว่าการศึกษาระดับนี้ จะมีส่วนส่งเสริมให้เยาวชนของชาติมีพื้นฐานความรู้เหมาะสมที่จะดำรงชีวิตอยู่อย่างมีคุณภาพ จึงได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จำนวน ๗ ล้านบาท เมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๒๒ เพื่อเป็นทุนก่อสร้างโรงเรียนกรมสามัญศึกษา และสำนักงบประมาณได้จัดงบประมาณสมทบในการก่อสร้าง โรงเรียนทั้ง ๖ โรงเรียน ด้วยพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ยังได้พระราชทานพระนามาภิไธยย่อ ม.ว.ก. อัญเชิญขึ้นประดับ ณ อาคารเรียนทั้ง ๖ โรงเรียน ตามที่ได้พระราชทานชื่อไว้คือ

๑. โรงเรียนมัธยมพัชรกิติยาภา  นครพนม
๒. โรงเรียนมัธยมพัชรกิติยาภา  กำแพงเพชร
๓. โรงเรียนมัธยมพัชรกิติยาภา  สุราฎร์ธานี
๔. โรงเรียนมัธยมสิริวัณณวรี  อุดรธานี
๕. โรงเรียนมัธยมสิริวัณณวรี  สงขลา
๖. โรงเรียนมัธยมสิริวัณณวรี  ฉะเชิงเทรา

และได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ พร้อมทั้งพระราชทานเงินที่มีผู้ทูลเกล้าฯ ถวายในวันนั้น ๆ ให้กับโรงเรียนแต่ละแห่งด้วย ทั้งยังเสด็จเยี่ยมและพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เพิ่มเติมให้กับโรงเรียนในพระราชูปถัมภ์อย่างต่อเนื่องอีกด้วย

03 01

03 02

        นอกจากโรงเรียนในพระราชูปถัมภ์ทั้ง ๖ แห่งนั้นแล้ว ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับโรงเรียนต่าง ๆ ไว้เป็นโรงเรียนในพระราชูปถัมภ์อีก ๓ ได้แก่

๑. โรงเรียนอนุราชประสิทธิ์ จังหวัดนนทบุรี ซึ่งเดิมคือโรงเรียนอนุบาลทหารมหาดเล็กราชวัลลภสำหรับจัดการศึกษาให้บุตรหลานมหาดเล็กและบรรดาข้าราชบริพาร
๒. โรงเรียนมกุฎเมืองราชวิทยาลัย จังหวัดระยอง จัดตั้งเพื่อเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสที่พระองค์ทรงมีพระชนมายุ ๔๒ พรรษา
๓. โรงเรียนราชปิโยรสา ยุพราชานุสรณ์ จังหวัดน่าน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนริม-ป่าคาประชานุเคราะห์น้อมเกล้าฯถวายโรงเรียนริม-ป่าคาประชานุเคราะห์เข้าอยู่ในพระราชูปถัมภ์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖๔ พรรษา

        และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับโรงเรียนไว้ในพระราชูปถัมภ์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ โดยได้พระราชทานนามโรงเรียนใหม่อีก ๕ โรงเรียน ได้แก่

๑. โรงเรียนทีปังกรวิทยาพัฒน์ (วัดโบสถ์)ฯ
๒. โรงเรียนทีปังกรวิทยาพัฒน์ (วัดน้อยใน)ฯ
๓. โรงเรียนทีปังกรวิทยาพัฒน์ (ทวีวัฒนา)ฯ
๔. ทีปังกรวิทยาพัฒน์ (วัดประดู่)ฯ
๕. ทีปังกรวิทยาพัฒน์ (มัธยมวัดหัตถสารเกษตร)ฯ

        นอกจากนั้นยังมีโครงการทุนการศึกษาพระราชทาน (พ.ศ. ๒๕๕๒) ซึ่งเป็นโครงการในพระราชดำริเพื่อมุ่งเสริมสร้างโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนที่เรียนดี ขยันหมั่นเพียร ประพฤติดี มีคุณธรรม และฐานะยากจน ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคงโดยสนับสนุนทุนการศึกษาแก่เยาวชนที่กำลังจะจบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ให้มีโอกาศศึกษาในชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายไปจนจบปริญญาตรีหรือเทียบเท่าในสาขาวิชาที่สอดคล้องกับความรู้ความสามารถและความต้องการของผู้เรียนโดยไม่มีภาระผูกพันต้องใช้ทุนคืนและเมื่อจบการศึกษาจะเปิดโอกาสให้เข้าทำงานเป็นข้าราชบริพารในพระองค์ฯ ตามความสมัครใจ โดยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นองค์ประธานกรรมการ ม.ท.ศ. ด้วยพระองค์เอง และได้พระราชทานหลักการ ให้กระจายทุนครบในทุกจังหวัด และดำเนินการด้วยการแสวงหา คัดเลือก คัดสรร และกลั่นกรอง จนได้ผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้ารับพระราชทานทุน และทรงเน้นย้ำว่า “เมื่อทำโครงการมาแล้ว จำเป็นต้องศึกษา ติดตาม และพัฒนาแผนในการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง การทำงานที่ได้ผล ต้องศึกษาข้อมูล มีการปรับแผนให้ทันสมัย และมีความใส่ใจที่จะทำงานต่อเนื่อง…”

        นอกจากทุนการศึกษาที่พระราชทานให้กับโรงเรียนต่าง ๆ แล้ว พระราชกรณียกิจด้านการศึกษาที่สำคัญอีกประการหนึ่งในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวคือ การพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้ที่สำเร็จการศึกษาจากสถาบันในระดับอุดมศึกษาต่าง ๆ เป็นจำนวนมากในทุก ๆ ปี ทั้งยังทรงพระกรุณาพระราชทานพระบรมราโชวาทเพื่อให้ข้อคิดแก่บัณฑิตผู้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรในรอบนั้น ๆ เป็นที่ปราบปลื้มใจแก่ผู้ที่ได้สดับรับฟัง และต่างน้อมนำพระบรมราโชวาทที่ทรงพระกรุณาพระราชทานไว้นั้น ไปปรับใช้กับชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี ดังพระบรมราชโชวาทที่อัญเชิญมาเป็นตัวอย่างดังต่อไปนี้

“...การให้การศึกษา คือการแนะนำและส่งเสริมบุคคลให้มีความเจริญงอกงามตามอัตภาวะ ในการเรียน การคิดอ่าน และการกระทำ โดยจุดประสงค์ก็คือทำให้บุคคลสามารถนำเอาศักยภาพที่มีในตัว ออกมาใช้ให้เป็นประโยชน์เกื้อกูลตนเกื้อกูลผู้อื่นได้เต็มที่ โดยไม่ขัดแย้งเบียดเบียนแก่งแย่งกัน และให้สามารถอยู่ร่วมกันเป็นสังคม เป็นประเทศชาติได้...”


พิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตวิทยาลัยครู
วันจันทร์ที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๓๐ ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร

“...บัณฑิตแม้จะสำเร็จการศึกษาได้รับปริญญาแล้วก็ตาม แต่ก็ยังต้องศึกษาเพิ่มเติมอีกมาก เพราะวิทยาการในโลกมีมากมาย ทั้งยังพัฒนาต่อเนื่องไม่ขาดสาย การสร้างเสริมความรู้ความสามารถให้เพิ่มพูนทันสมัยอยู่เสมอ จึงเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นสำหรับบุคคลผู้ปรารถนาความสำเร็จและความเจริญ...”

พิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตสถาบันราชภัฏ
วันพฤหัสบดีที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๘ ภาคเช้า ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร

“…บัณฑิตได้ชื่อว่าเป็นผู้มีการศึกษาดี มีสติปัญญาเฉลียวฉลาดเพราะได้ศึกษาเรียนรู้มามาก ดังนั้น เมื่อจะคิดอ่านทำการใด ๆ จะต้องประกอบพร้อมด้วยหลักวิชา ด้วยคุณธรรมความสุจริต ด้วยสติปัญญา และด้วยความรับผิดชอบที่หนักแน่นเที่ยงตรง ทั้งจะต้องให้สำเร็จผลที่เป็นประโยชน์แท้ แก่ตน แก่สังคม และประเทศชาติด้วย จึงจะได้รับการนิยมยกย่องว่าปฏิบัติตน ปฏิบัติงานสมกับความเป็นบัณฑิต...”

พิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
วันพุธที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๓๙ ภาคเช้า ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร

...........................................................

บรรณานุกรม

กาญจนบารมี, มูลนิธิ. (๒๕๔๕). ๕๐ พรรษา มหาวชิราลงกรณ. กรุงเทพฯ: บริษัท เท็กซ์ แอนด์ เจอร์นัล พับลิเคชั่น จำกัด
สถาบันพระปกเกล้า, และ สถาบันราชภัฏธนบุรี. (๒๕๔๕). หนังสือที่ระลึกเนื่องในวโรกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระบรมโอรสาธอราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ครบ ๕๐ พรรษา. กรุงเทพฯ: บริษัท โรงพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช จำกัด.
สถาบันราชภัฏพระนครศรีอยุธยา. (๒๕๔๕). ๕๐ พรรษา มหาวชิราลงกรณ. พระนครศรีอยุธยา: สำนักพิมพ์สถาบันราชภัฏพระนครศรีอยุธยา
http://web.anuraj.ac.th/
http://www.tp-school.ac.th/
http://data.bopp-obec.info/web/?School_ID=1021470232
http://www.tsdf.or.th/th/royally-initiated-projects/10567-โครงการทุนการศึกษาพระราชทาน-พศ-2552/

......................................................................................................................................................................................................................................................................

Scroll to top