01
 
 
นิทรรศการพิเศษครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต 13 ตุลาคม 2560 “ส่งเสด็จ ธ สู่ฟ้าสถิตย์สวรรค์”
จัดนิทรรศการ วันที่ 24 เดือนกันยายน พ.ศ. ๒๕๖๐ ณ สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

 


พระราชประวัติ

  • 02-01
  • 02-02
  • 02-03
  • 02-04
  • 02-05

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรนฤบดินทร สยามมินทราธิราช บรมนาถบพิตร ทรงเป็นพระราชโอรสพระองค์เล็กใน สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันจันทร์ที่ 5 ธันวาคม พุทธศักราช 2470 ณ โรงพยาบาลเมาต์ออเบิร์น เมืองเคมบริดจ์ ในรัฐแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา พระนามเมื่อแรกประสูติตามพระสูติบัตรคือ “เบบี้ สงขลา” ต่อมาได้รับพระราชทานพระนามจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวว่า “พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภูมิพลอดุลยเดช” ทรงมีพระเชษฐภคินีและสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช 2 พระองค์คือ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร

นิวัติประเทศไทย

  • 02-05
  • 02-06
  • 02-07
  • 02-08

ปีพุทธศักราช 2471 ได้เสด็จนิวัติประเทศไทยพร้อมกับสมเด็จพระบรมราชชนกและครอบครัวราชสกุลมหิดล ประทับ ณ วังสระปทุม ซึ่งเป็นที่ประทับของสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ต่อมาในวันที่ 24 กันยายน พุทธศักราช 2472 สมเด็จพระบรมราชชนกเสด็จสวรรคต ในขณะนั้นพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระชนมายุเพียง 1 พรรษา กับ 8 เดือน หลังจากนั้นครอบครัวราชสกุลมหิดลจึงได้ประทับอยู่ ณ วังสระปทุมกับสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าต่อไป

ปีพุทธศักราช 2476 สมเด็จพระบรมราชชนนีพร้อมด้วยพระธิดาและพระโอรส ทั้ง 3 พระองค์ เสด็จไปประทับ ณ เมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อปีพุทธศักราช 2477 สมเด็จบรมพระเชษฐาธิราชได้รับการถวายราชสมบัติ สืบราชสันตติวงศ์แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์เป็นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล พระองค์เจ้าภูมิพลอดุลยเดชในขณะนั้น จึงได้รับการสถาปนาฐานันดรศักดิ์ขึ้นเป็น "สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช" และปีพุทธศักราช 2481 ได้โดยเสด็จพระราชดำเนินสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราชนิวัติประเทศไทย ประทับอยู่ 2 เดือน จึงได้เสด็จพระราชดำเนินกลับไปยังประเทศประเทศสวิตเซอร์แลนด์เพื่อทรงศึกษาต่อ เมื่อสมเด็จพระบรมเชษฐาธิทรงบรรลุนิติภาวะแล้ว ได้เสด็จนิวัติประเทศไทยอีกหนหนึ่งในปีพุทธศักราช 2488 โดยสมเด็จพระบรมราชชนนีและสมเด็จพระอนุชาได้โดยเสด็จพระราชดำเนินด้วย

สืบราชสันตติวงศ์

02-09  02-10

วันที่ 9 มิถุนายน พุทธศักราช 2489 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดลเสด็จสวรรคตอย่างกะทันหัน ณ พระที่นั่งบรมพิมาน ในพระบรมมหาราชวัง รัฐสภาในขณะนั้นมีมติเป็นเอกฉันท์กราบบังคมทูลอัญเชิญสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช เสด็จขึ้นเสวยราชย์สืบราชสันตติวงศ์ เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 9 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ หลังจากจัดการพระราชพิธีพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดลเรียบร้อยแล้ว เสด็จพระราชดำเนินกลับไปยังประเทศสวิตเซอร์แลนด์เพื่อทรงศึกษาต่อ และการเสด็จกลับไปศึกษาต่อในครั้งนี้ ทรงเปลี่ยนแผนการศึกษาจาก สาขาวิชาวิทยาศาสตร์เป็นสาขาวิชารัฐศาสตร์ และนิติศาสตร์ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อพระราชภารกิจในฐานะพระมหากษัตริย์ต่อไป

ทรงประสบอุบัติเหตุ

02-11

ปีพุทธศักราช 2491 หลังจากทรงจบการศึกษาแล้ว ได้เสด็จพระราชดำเนินไปยังกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส หม่อมเจ้านักขัตรมงคล กิติยากร เอกอัครราชทูต และครอบครัวจึงได้มีโอกาสเฝ้ารับเสด็จ และเป็นครั้งแรกที่ได้ทรงพบกับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร (ธิดาคนโตในหม่อมเจ้านักขัตรมงคล) เป็นครั้งแรก ในเดือนตุลาคมปีเดียวกันนั้น ทรงประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ประทับรักษาพระองค์อยู่ที่โรงพยาบาลเมืองโลซานน์ ทรงมีรับสั่งให้หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร เข้าเฝ้า หลังจากนั้นหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ได้เยี่ยมพระอาการและถวายการรักษาพยาบาลอย่างใกล้ชิดอยู่บ่อยครั้ง ต่อมาในวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2492 ทรงหมั้นกับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ เป็นการภายใน ณ โรงแรมวินเซอร์ เมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ราชาภิเษกสมรส

  • 02-12
  • 02-13
  • 02-14
  • 02-15
  • 02-16

ปีพุทธศักราช 2493 เสด็จพระราชดำเนินนิวัติประเทศไทยและประทับ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ในวันที่ 28 เมษายน ปีเดียวกันนั้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดการพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสกับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ณ วังสระปทุม และในการพระราชพิธีนั้นได้มีการสถาปนาหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ พระอัครมเหสี เป็นสมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ และพระราชทานเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์แก่สมเด็จพระราชินีด้วย

บรมราชาภิเษก

02-17  02-18

วันที่ 5 พฤษภาคม พุทธศักราช 2493 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ตั้งการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ณ หมู่พระมหามณเฑียร ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อทรงสรงพระมูรธาภิเษก ณ มณฑปพระกระยาสนาน ด้านข้างพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย เสร็จสิ้นแล้ว เสด็จพระราชดำเนินเข้าสู่พระที่นั่งไพศาลทักษิณ ประทับ ณ พระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์ ทรงรับน้ำอภิเษก และทรงรับพระมหาเศวตรฉัตรแล้ว เสด็จพระราชดำเนินไปประทับ ณ พระที่นั่งภัทรบิฐ ภายใต้พระนพปฎลมหาเศวตฉัตร พราหมณ์ร่ายพระเวทย์ ถวายเครื่องราชกกุธภัณฑ์ ถวายพระสุพรรณบัฏ จารึกพระปรมาภิไธยว่า “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร” เมื่อทรงรับเครื่องราชกกุธภัณฑ์เสร็จสิ้นแล้ว พระราชทานพระปฐมบรมราชโองการว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” จากนั้นเสด็จออกมหาสมาคม ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย โดยมี คณะองคมนตรี คณะรัฐมนตรี คณะทูตานุทูต สมาชิกรัฐสภา ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายชัยมงคล จากนั้นประทับเป็นองค์ประธานในพระราชพิธีสถาปนาเฉลิมพระเกียรติยศ สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ พระอัครมเหสี ให้ทรงดำรงฐานันดรศักดิ์เป็น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี แล้วจึงเสด็จพระราชดำเนินด้วยกระบวนพยุหยาตราสถลมารคทรงประกาศพระองค์เป็นพุทธศาสนูปถัมภก ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

พระราชโอรสพระราชธิดา

02-19

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชโอรสและพระราชธิดา 4 พระองค์ คือ

1. ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี
    ประสูติเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 เมษายน พุทธศักราช 2494
    ณ โรงพยาบาลมองชัวซีส์ เมืองโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
2. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร
    เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม พุทธศักราช 2495
    ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต
3. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
    เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันเสาร์ที่ 2 เมษายน พุทธศักราช 2498
    ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต
4. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี
    ประสูติเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 4 กรกฎาคม พุทธศักราช 2500
    ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต

Scroll to top