มหาวิทยาลัยมหิดล : สถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาแห่งแรกในประเทศไทย

มหาวิทยาลัยมหิดลมีพัฒนาการจากโรงเรียนแพทย์ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งขึ้น และเริ่มเปิดการสอนใน พ.ศ. 2432 โดยให้อยู่ในโรงศิริราชพยาบาล ซึ่งได้จัดตั้งขึ้นและเปิดทำการเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2431 ซึ่งประวัติและพัฒนาการมหาวิทยาลัยมหิดลมีการแบ่งเป็นยุคต่างๆ ดังนี้

โรงศิริราชพยาบาล

พ.ศ. 2424

  •  เกิดอหิวาตกโรคระบาดขึ้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งโรงพยาบาลชั่วคราวขึ้น เพื่อให้การรักษาผู้ป่วย

พ.ศ. 2429

  • 22 มีนาคม พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะกรรมการจัดสร้างโรงพยาบาลแห่งแรกของประเทศ โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เป็นทุนแรกเริ่มดำเนินการ ก่อสร้าง  ณ บริเวณพระราชวังบวรสถานพิมุข (วังหลัง)

พ.ศ.2430

  • 31 พฤษภาคม สมเด็จฯ เจ้าฟ้าศิริราชกกุธภัณฑ์ พระราชโอรสได้ประชวรด้วยโรคบิดสิ้นพระชนม์ ทำให้ทรงมีพระราชปณิธานอย่างแรงกล้าให้มีโรงพยาบาล ด้วยพระราชทานสิ่งของ และเงินพระมรดกของสมเด็จฯ เจ้าฟ้าศิริราชกกุธภัณฑ์ แก่โรงพยาบาล

พ.ศ. 2431

  • 26 เมษายน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินเปิดโรงพยาบาล ซึ่งในระยะเริ่มต้นมีเรือนพักผู้ป่วยเพียง 6 หลัง
  • 31 ธันวาคม พระราชทานนามโรงพยาบาลว่า "โรงศิริราชพยาบาล" เพื่อเป็นที่การระลึกถึงสมเด็จฯ เจ้าฟ้าศิริราชกกุธภัณฑ์ ให้การรักษาทั้งการแพทย์แผนปัจจุบัน และแผนโบราณ

โรงเรียนแพทยากร

พ.ศ. 2432

  • มีนาคม พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชานุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนแพทย์ขึ้น
  • พฤษภาคม เสด็จพระราชดำเนินเปิดโรงเรียนแพทย์แห่งแรก ณ โรงศิริราชพยาบาล มีนักเรียนแพทย์รุ่นแรกจำนวน 15 คน

พ.ศ. 2434

  • 1 มกราคม นพ. ยอร์ช บี แมคฟาร์แลนด์ เข้ารับราชการเป็นอาจารย์สอนนักเรียนแพทย์

พ.ศ. 2435

  • นักเรียนแพทย์รุ่นแรกสำเร็จการศึกษา ได้รับประกาศนียบัตรแพทย์จำนวน 9 คน

พ.ศ. 2436

  • 31 พฤษภาคม ตั้งชื่อโรงเรียนแพทย์ว่า "โรงเรียนแพทยากร"

พ.ศ. 2439

  • สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรีฯ (สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 5) พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ให้สร้าง โรงเรียนหญิงแพทย์ผดุงครรภ์แลการพยาบาลไข้ ขึ้นในบริเวณโรงศิริราชพยาบาล นับเป็นโรงเรียนพยาบาลแห่งแรกของประเทศไทย

โรงเรียนราชแพทยาลัย

พ.ศ. 2443

  • 3 มกราคม พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินเปิดตึกโรงเรียนแพทย์ และพระราชทานนามใหม่ว่า “โรงเรียนราชแพทยาลัย”

พ.ศ. 2445

  • นพ. ยอร์ช บี แมคฟาร์แลนด์ (พระอาจวิทยาคม) เป็นผู้อำนวยการทั้งฝ่ายโรงพยาบาล และฝ่ายโรงเรียนแพทย์

พ.ศ. 2451

  • โรงเรียนหญิงแพทย์ผดุงครรภ์แลการพยาบาลไข้ เปลี่ยนชื่อเป็น โรงเรียนแพทย์ผดุงครรภ์และหญิงพยาบาล

พ.ศ. 2456

  • พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นชัยนาทนเรนทร (สมเด็จฯ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร) ผู้ช่วยปลัดทูลฉลองกระทรวงธรรมการ โปรดให้ปรับปรุงการศึกษาแพทย์โดยเพิ่มวิชาทางวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ขยายหลักสูตรแพทย์เป็น 5 ปี และรับนักเรียนจบชั้นมัธยมปีที่ 6

พ.ศ. 2458

  • พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นชัยนาทนเรนทร เป็นผู้บัญชาการราชแพทยาลัย เลิกการสอนวิชาแพทย์ไทยในหลักสูตรแพทย์ประกาศนียบัตร และให้เปิดสอนประกาศนียบัตรแพทย์ปรุงยา (เภสัชศาสตร์) หลักสูตร 3 ปี

พ.ศ. 2459

  • 26 มีนาคม พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สถาปนา "โรงเรียนข้าราชการพลเรือนในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว" เป็น "จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย"

พ.ศ. 2460

  • 6 เมษายน รวมโรงเรียนราชแพทยาลัย เป็น "คณะแพทยศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย" ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น "คณะแพทยศาสตร์และศิริราชพยาบาล"

พ.ศ. 2461

  • ขยายหลักสูตรแพทย์ประกาศนียบัตรเป็น 6 ปี โดย 4 ปีแรกเรียนวิชาเตรียมแพทย์และปรีคลินิกที่คณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ และ 2 ปีหลังเรียนวิชาคลินิกที่ศิริราช

พ.ศ. 2462

  • ศ.นพ.เอลเลอร์ จี. เอลลิส พยาธิแพทย์คนแรกของไทย ชาวอเมริกันที่เข้ามาช่วยพัฒนาศิริราชตามโครงการความร่วมมือกับมูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์ ในช่วงปี พ.ศ. 2462-2464 และ 2466-2471

พ.ศ. 2464

  • เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี เสนาบดีกระทรวงธรรมการ รับพระบรมราชโองการทำจดหมายถึงมูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์ ให้เข้ามาช่วยปรับปรุงการศึกษาแพทย์ ซึ่งมูลนิธิฯ ส่งนายแพทย์ ริชาร์ด เอม เพียร์ส เข้ามาเจรจากับกระทรวงธรรมการ โดยกราบทูลเชิญสมเด็จฯ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช (สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก) เป็นผู้แทนฝ่ายไทยเพื่อตกลงในหลักการ

พ.ศ. 2465

  • สมเด็จฯ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช พระราชทานเงินค่าก่อสร้าง “ตึกศัลยกรรมชาย” ภายหลังเสด็จสวรรคตแล้วจึงได้ใช้ชื่อว่า “มหิดลบำเพ็ญ” เพื่อเป็นอนุสรณ์ และระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ

พ.ศ. 2466

  • รับนิสิตเตรียมแพทย์ปริญญารุ่นแรกจากนักเรียนจบชั้นมัธยมปีที่ 8 มูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์ และขยายความช่วยเหลือไปถึงโรงเรียนพยาบาล และคณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ด้วย

พ.ศ. 2470

  • 21 มิถุนายน พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินมาทอดพระเนตรการก่อสร้างตึกต่างๆ และกิจการของโรงพยาบาลศิริราช

พ.ศ. 2471

  • นิสิตเตรียมแพทย์ปริญญารุ่นแรกสำเร็จการศึกษา

พ.ศ. 2472

  • 24 กันยายน ในพระราชพิธีพระราชทานเพลิง สมเด็จฯ กรมหลวงสงขลานครินทร์ (สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก) นิสิตแพทย์ได้รับเกียรติฯ ให้อัญเชิญเครื่องประกอบพระราชอิสริยยศในริ้วขบวน

พ.ศ. 2473

  • 25 ตุลาคม พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิตให้แพทย์ปริญญารุ่นที่ 1 และรุ่นที่ 2 ณ ห้องประชุมตึกอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมพระราชทานเหรียญรางวัลให้ผู้ที่ได้คะแนนเป็นเยี่ยม เป็นพิธีพระราชทานปริญญาบัตรครั้งแรกของไทย

พ.ศ. 2474

  • คณะแพทยศาสตร์และศิริราชพยาบาล จัดกิจกรรมรับน้องมหาวิทยาลัยขึ้นครั้งแรก จนเป็น “ประเพณีข้ามฟาก” มาถึงปัจจุบัน

มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์

พ.ศ 2485

  • ด้วยความสำคัญของกลุ่มวิชาการแพทย์ เมื่อประกาศจัดตั้งกระทรวงสาธารณสุข จึงได้ตั้งกรมมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ เป็นหน่วยงานในสังกัด โอนย้ายคณะแพทยศาสตร์และศิริราชพยาบาล จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมด้วยแผนกอิสระเภสัชศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ และสัตวแพทยศาสตร์ รวมไว้ในกรมมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์
  • ต่อมาสถาปนามหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ขึ้น สังกัดกระทรวงสาธารณสุข เริ่มต้นมี 4 คณะ
  • ศ. นพ. พระอัพภันตราพาธพิศาล (กำจร พลางกูร) ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ (12 มีนาคม 2485- 16 เมษายน 2488)

พ.ศ.2488

  • ศ. นพ. หลวงเฉลิมคัมภีร์เวชช์ (เฉลิม พรหมมาส) ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ (17 เมษายน 2488 - 15 กันยายน 2500)

พ.ศ. 2491

  • 25 พฤษภาคม จัดตั้งคณะสาธารณสุขศาสตร์ ตามพระราชกฤษฏีกาจัดวางระเบียบราชการกรมมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ในกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2491 และจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

พ.ศ. 2493

  • 3 เมษายน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรและอนุปริญญาบัตรครั้งแรกในรัชกาลแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ประจำปีการศึกษา 2492-2493
  • โรงเรียนแพทย์ผดุงครรภ์และหญิงพยาบาลเปลี่ยนชื่อเป็น “โรงเรียนพยาบาลผดุงครรภ์และอนามัย ศิริราช”

พ.ศ. 2498

  • โอนคณะสัตวแพทยศาสตร์ ไปสังกัดมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

พ.ศ. 2500

  • ศ. นพ. หลวงพิณพากย์พิทยาเภท (พิณ เมืองแมน) ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ (16 กันยายน 2500 - 15 สิงหาคม 2501)
  • พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศจัดตั้งคณะเทคนิคการแพทย์

พ.ศ. 2501

  • ศ .นพ. สวัสดิ์ แดงสว่าง ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ (16 สิงหาคม 2501 - 2 มิถุนายน 2507)
  • 21 ตุลาคม พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งโรงเรียนเตรียมวิทยาศาสตร์การแพทย์

พ.ศ. 2502

  • 3 กันยายน โอนมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ไปสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี
  • 28 ตุลาคม ตราพระราชกฤษฏีกาจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์เชียงใหม่ ในมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์

พ.ศ. 2503

  • จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์
  • 28 มีนาคม ประกาศจัดตั้ง คณะอายุรศาสตร์เขตร้อน และคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมปรับปรุงมาตรฐานการศึกษาขั้นเตรียมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และขั้นปริญญาตรี โท และ เอก
  • ตราพระราชกฤษฏีกา จัดตั้งคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลนครเชียงใหม่ขึ้นแทนคณะแพทยศาสตร์เชียงใหม่

พ.ศ. 2504

  • เริ่มระบบแพทย์ฝึกหัดซึ่งกำหนดให้แพทย์จบการศึกษาใหม่ต้องไปฝึกหัดในโรงพยาบาลที่ทางการรับรองเป็นเวลา 1 ปี จึงขึ้นทะเบียนประกอบโรคศิลปแผนปัจจุบันได้ ระหว่างฝึกหัดได้รับเงินเดือนและสวัสดิการด้านที่พักอาศัยและอาหาร

พ.ศ. 2507

  • ศ. นพ. ชัชวาล โอสถานนท์ ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ (3 มิถุนายน 2507 - 8 ธันวาคม 2512)
  • ขอพระราชทานพระนาม “มหิดล” จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระกระแสรับสั่งว่าไม่ขัดข้อง แต่สมควรปรับขยายให้เป็นมหาวิทยาลัยที่สมบูรณ์
  • 4 กุมภาพันธ์ ประกาศจัดตั้งบัณฑิตวิทยาลัย ในมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์

พ.ศ. 2508

  • 27 กรกฏาคม ประกาศจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ขึ้น และโอนคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลนครเชียงใหม่ จากมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ไปสังกัดมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  • จัดตั้งโรงเรียนกายภาพบำบัด ภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์และกายภาพบำบัด คณะแพทยศาสตร์และศิริราชพยาบาล

พ.ศ.2509

  • จัดตั้งศูนย์วิจัยประชากรและสังคม

พ.ศ. 2511

  • 7 มิถุนายน จัดตั้งคณะทันตแพทยศาสตร์พญาไท และคณะเภสัชศาสตร์พญาไท

มหาวิทยาลัยมหิดล

พ.ศ. 2512

  • ศ. นพ. ชัชวาล โอสถานนท์ ดำรงตำแหน่งอธิการบดี (9 ธันวาคม 2512 - 30 พฤศจิกายน 2514)
  • พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนาม มหาวิทยาลัย "มหิดล" เป็นชื่อมหาวิทยาลัย
  • 14 ธันวาคม จัดตั้งคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์
  • โอนคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ไปสังกัดจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปลี่ยนชื่อคณะแพทยศาสตร์และศิริราชพยาบาล เป็นคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และเปลี่ยนชื่อคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นคณะวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2513

  • 11 กุมภาพันธ์ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ประธานกรรมการส่งเสริมมหาวิทยาลัยมหิดล ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดประชุม ครั้งแรก ณ วังสระประทุม มีการพิจารณาเรื่องขอซื้อที่ดินที่ ต. ศาลายา จ. นครปฐม เพื่อขยายกิจการของมหาวิทยาลัยมหิดล

พ.ศ. 2514

  • 17 กุมภาพันธ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์จำหน่ายที่ดินโฉนดเลขที่ 8606 เนื้อที่ 1,240 ไร่ 3 งาน 69 ตารางวา ณ ต. ศาลายา อ. นครชัยศรี (ปัจจุบันคือ อ. พุทธมณฑล) จ. นครปฐม แก่มหาวิทยาลัยมหิดลในราคาไร่ละ 10,000 บาท
  • จอมพล ถนอม กิตติขจร ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล (พ.ศ.2514 – 2515)
  • 14 พฤศจิกายน จัดตั้งสถาบันวิจัยประชากรและสังคม
  • ศ. นพ. กษาน จาติกวนิช ดำรงตำแหน่งอธิการบดี (9 ธันวาคม 2514 - 8 ธันวาคม 2522)

พ.ศ. 2515

  • 1 พฤษภาคม โอนคณะทันตแพทยศาสตร์ และคณะเภสัชศาสตร์ คณะที่ 1 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โอนมหาวิทยาลัยมหิดล จากสำนักนายกรัฐมนตรีไปสังกัดทบวงมหาวิทยาลัยของรัฐ
  • 23 มิถุนายน ยกฐานะโรงเรียนพยาบาลผดุงครรภ์และอนามัย ศิริราช เป็นคณะพยาบาลศาสตร์
  • พลตรี ศิริ สิริโยธิน ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล (18 กันยายน 2515 - 17 มีนาคม 2518)

พ.ศ. 2516

  • ทบวงมหาวิทยาลัยของรัฐ อนุมัติให้ตัดคำว่า "พญาไท" ท้ายคำของคณะทันตแพทย์ศาสตร์และคณะเภสัชศาสตร์ ออก
  • จัดตั้งโครงการศึกษาและวิจัยสิ่งแวดล้อม

พ.ศ.2517

  • จัดตั้งโครงการศูนย์ศึกษาวิจัยภาษาและวัฒนธรรมอาเชียอาคเนย์
  • คณะอายุรศาสตร์เขตร้อน เปลี่ยนชื่อเป็น คณะเวชศาสตร์เขตร้อน
  • จัดทำผังแม่บทมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ครั้งแรก

พ.ศ. 2518

  • ศ. ดร. สมภพ โหตระกิตย์ ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล 5 วาระ (20 มิถุนายน 2518 - 3 ตุลาคม 2527)
  • 28 สิงหาคม มหาวิทยาลัยมหิดลส่งโฉนดที่ดินตำบลศาลายาขึ้นทะเบียนราชพัสดุ

พ.ศ. 2519

  • เริ่มดำเนินการก่อสร้างมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา การก่อสร้างอยู่ในสมัยซึ่งประเทศชาติมีความยุ่งยากทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมหลายประการ ทำให้ใช้เวลาวางแผนและดำเนินการต่อเนื่องนับสิบปี

พ.ศ. 2520

  • 13 มกราคม จัดตั้งสถาบันวิจัยโภชนาการ

พ.ศ. 2521

  • 30 มกราคม ยกฐานะโครงการการศึกษาและวิจัยสิ่งแวดล้อม เป็นคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์

พ.ศ. 2522

  • ศ. เกียรติคุณ นพ. ดร.ณัฐ ภมรประวัติ ดำรงตำแหน่งอธิการบดี (9 ธันวาคม 2522 - 8 ธันวาคม 2534)

พ.ศ. 2523

  • ได้รับความอนุเคราะห์จากกรมธนารักษ์ จัดหาที่ดินราชพัสดุที่อยู่ใกล้บริเวณที่ตั้งของหน่วยงานทั้ง 3 เขตของมหาวิทยาลัย เพื่อก่อสร้างอาคารสำนักงานอธิการบดี

พ.ศ. 2524

  • 30 พฤศจิกายน จัดตั้งสถาบันวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
  • จัดตั้งสถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบท

พ.ศ. 2525

  • จัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาการสาธารณสุขมูลฐานอาเซียน

พ.ศ. 2526

  • 23 กรกฎาคม สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเปิดมหาวิทยาลัยมหิดล ณ ศาลายา
  • หน่วยงานต่างๆ เริ่มย้ายไปปฏิบัติงานในสำนักงานใหม่ที่ศาลายา

พ.ศ. 2527

  • ศ. นพ. เสม พริ้งพวงแก้ว ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล (4 ตุลาคม 2527 – 20 มีนาคม 2531)

พ.ศ. 2528

  • นักศึกษาแพทย์รุ่นที่จบการศึกษา 2527 รับปริญญาปี 2528 เป็นนักศึกษาหลักสูตร 6 ปีรุ่นแรก โดยไม่ต้องไปเป็นแพทย์ฝึกหัดอีก 1 ปี
  • 11 กรกฎาคม สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงสำเร็จการศึกษา เข้ารับพระราชทานปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาเคมีอินทรีย์ ทรงเป็นเจ้าฟ้าพระองค์แรกที่ทรงสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดล

พ.ศ. 2529

  • 4 สิงหาคม ยกฐานะกองห้องสมุดให้เป็นสำนักหอสมุด และยกฐานะโครงการศูนย์คอมพิวเตอร์ ให้เป็นสำนักคอมพิวเตอร์
  • จัดตั้งโครงการศึกษาปริญญาตรีสำหรับนักศึกษานานาชาติ

พ.ศ. 2530

  • 15 กันยายน ยกฐานะโครงการศูนย์สัตว์ทดลองแห่งชาติ เป็นสำนักสัตว์ทดลองแห่งชาติ
  • จัดตั้งโครงการพัฒนาวิชาการดนตรี สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบท

พ.ศ. 2531

  • 18 กรกฎาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอาคารสำนักงานมหาวิทยาลัยมหิดล เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ฝั่งธนบุรี
  • ศ. นพ. บุญสม มาร์ติน ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล (4 ตุลาคม 2531 – 19 มีนาคม 2537)
  • 6 ตุลาคม จัดตั้งสถาบันพัฒนาการสาธารณสุขอาเซียน
  • จัดตั้งภาควิชาคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์ และสำนักคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

พ.ศ. 2532

  • 18 ธันวาคม จัดตั้งศูนย์ศาลายา มหาวิทยาลัยมหิดล รับผิดชอบการขยายพื้นที่ทำการของมหาวิทยาลัย ไปยัง ต. ศาลายา อ. นครชัยศรี (ปัจจุบันคือ อ. พุทธมณฑล) จ. นครปฐม

พ.ศ. 2533

  • 18 สิงหาคม จัดตั้งคณะวิศวกรรมศาสตร์

พ.ศ. 2534

  • มีการหารือขั้นต้นระหว่าง ศ. นพ. ดร. ณัฐ ภมรประวัติ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กับดร. โกวิท วรพิพัฒน์ อดีตอธิบดีกรมสามัญศึกษา เพื่อก่อตั้งโรงเรียนวิทยาศาสตร์แห่งแรกของประเทศ โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานนามโรงเรียนว่า มหิดลวิทยานุสรณ์
  • ศ. เกียรติคุณ นพ. ประดิษฐ์ เจริญไทยทวี ให้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล (9 ธันวาคม 2534 – 8 ธันวาคม 2538)
  • จัดตั้งโครงการวิทยาลัยนานาชาติ
  • จดทะเบียนสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์

พ.ศ. 2535

  • ศ. เกียรติคุณ นพ. นที รักษ์พลเมือง ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล (พ.ศ.2535-2549)

พ.ศ. 2536

  • 11 มีนาคม จัดตั้งวิทยาลัยราชสุดา
  • จัดตั้งสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาวิชาการดนตรี บัณฑิตวิทยาลัย

พ.ศ. 2537

  • 21 กันยายน จัดตั้งวิทยาลัยดุริยางคศิลป์

พ.ศ. 2538

  • 23 พฤศจิกายน จัดตั้งศูนย์ตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬา
  • ศ. เกียรติคุณ นพ. อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล (9 ธันวาคม 2538 – 8 ธันวาคม 2542)

พ.ศ. 2539

  • 27 มิถุนายน จัดตั้งวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา

พ.ศ. 2540

  • 1 มกราคม จัดตั้งศูนย์ศาสนศึกษา
  • 15 กันยายน จัดตั้งคณะสัตวแพทยศาสตร์ สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว และสถาบันอณูชีววิทยาและพันธุศาสตร์
  • 29 กันยายน จัดตั้งโครงการจัดตั้งมหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี เพื่อขยายการศึกษาขั้นอุดมศึกษาไปสู่ภูมิภาค
  • 17 ธันวาคม จัดตั้งวิทยาลัยการจัดการ

พ.ศ. 2541

  • 14 ตุลาคม จัดตั้งโครงการจัดตั้งสำนักงานสิทธิมนุษยชนศึกษาและการพัฒนาสังคม

พ.ศ. 2542

  • 19 กุมภาพันธ์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงประทานพระวินิจฉัยให้ “ต้นกันภัยมหิดล” เป็นต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยมหิดล
  • 21 กรกฏาคม จัดตั้งโครงการจัดตั้งคณะกายภาพบำบัดและวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวประยุกต์
  • ศ. เกียรติคุณ นพ. พรชัย มาตังคสมบัติ ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล (9 ธันวาคม 2542 - 8 ธันวาคม 2550)
  • จัดตั้งวิทยาลัยศาสนศึกษา

พ.ศ. 2543

  • 25 สิงหาคม โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ เปลี่ยนสถานภาพเป็นองค์กรมหาชน

พ.ศ. 2545

  • 2 เมษายน จัดตั้งโครงการจัดตั้งมหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตนครสวรรค์
  • 21 สิงหาคม จัดตั้งโครงการสถาบันนวัตกรรมและพัฒนากระบวนการเรียนรู้

พ.ศ. 2546

  • 17 ธันวาคม จัดตั้งโครงการจัดตั้งคณะศิลปศาสตร์

พ.ศ. 2547

  • 1 พฤศจิกายน จัดตั้งศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี

พ.ศ. 2549

  • ศ. นพ. วิจารณ์ พานิช ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล
  • 19 กรกฏาคม จัดตั้งศูนย์จิตตปัญญาศึกษา
  • 31 สิงหาคม สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา จัดทำอันดับมหาวิทยาลัยของรัฐครั้งแรก โดยประกาศให้มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ด้านการเรียนการสอนและการวิจัย

พ.ศ. 2550

  • 7 ตุลาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ.2550 ให้มหาวิทยาลัยเปลี่ยนรูปแบบการบริหารงานเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ
  • ศ. คลินิก นพ. ปิยะสกล สกลสัตยาทร ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล (9 ธันวาคม 2550 – 8 ธันวาคม 2554)
  • 4 มกราคม สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นประธานในพิธีเปิด ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา

พ.ศ.2552

  • 20 พฤษภาคม ประกาศมหาวิทยาลัยมหิดล เรื่อง การจัดตั้งส่วนงานของมหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ.2552 ประกาศให้มหาวิทยาลัยมหิดล แบ่งส่วนงานออกเป็น 2 สำนักงาน 1 วิทยาเขต 17 คณะ 7 สถาบัน 5 วิทยาลัย 1 หอสมุดฯ
  • ประกาศให้สำนักสัตว์ทดลองแห่งชาติเป็นศูนย์สัตว์ทดลองแห่งชาติ
  • 29 มิถุนายน ประกาศมหาวิทยาลัยมหิดล เรื่อง การจัดตั้งส่วนงานของมหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ.2552 มีการปรับเปลี่ยนชื่อส่วนงาน ดังนี้

1. สำนักคอมพิวเตอร์ มาเป็นคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 2. สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบท เป็น สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย3. สถาบันพัฒนาการสาธารณสุขอาเซียน เป็น สถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน4. สถาบันวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และสถาบันอณูชีววิทยาและพันธุศาสตร์ รวมเป็น สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล5. สถาบันวิจัยโภชนาการ เป็น สถาบันโภชนาการ6. สำนักหอสมุด เป็น หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล7. โครงการจัดตั้งมหาวิทยาลัยมหิดล กาญจนบุรี เป็น วิทยาเขตกาญจนบุรี8. โครงการจัดตั้งคณะกายภาพบำบัดและวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวประยุกต์ เป็น คณะกายภาพบำบัด9. โครงการจัดตั้งคณะศิลปศาสตร์ เป็น คณะศิลปศาสตร์10. โครงการจัดตั้งสถาบันนวัตกรรมและพัฒนากระบวนการเรียนรู้ เป็น สถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้11. โครงการจัดตั้งวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็น วิทยาลัยนานาชาติ12. โครงการจัดตั้งวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็น วิทยาลัยดุริยางคศิลป์

  • 17 มิถุนายน ประกาศมหาวิทยาลัยมหิดล เรื่อง การแบ่งหน่วยงานภายในของสำนักงานอธิการบดี เพื่อให้การบริหารงานของสำนักงานอธิการบดี สามารถตอบสนองวิสัยทัศน์ พันธกิจ และยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยมหิดล มีหน่วยงานทั้งสิ้น 18 หน่วยงาน อันประกอบไปด้วย 12 กอง 5 ศูนย์ 1 โครงการจัดตั้ง

พ.ศ. 2554

  • 4 กรกฎาคม พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ พระธิดาในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงโอนย้ายหน่วยกิตจากสถาบันศิลปะแห่งแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา มาทรงศึกษาต่อระดับปริญญาตรี สาขาวิชาออกแบบนิเทศศิลป์ วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ตั้งแต่ พ.ศ.2552-2553 และทรงเข้ารับพระราชทานปริญญาศิลปศาสตรบัณฑิต เมื่อปี พ.ศ. 2554
  • 1 กันยายน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นประธานในพิธีเปิดอาคารประชาสังคมอุดมพัฒน์ ของสถาบันวิจัยประชากรและสังคม และพิธีเปิดพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ประติมากรรม “จากพระเมตตา สู่ปัญญาของแผ่นดิน” ณ อาคารศูนย์การเรียนรู้มหิดล
  • ตุลาคม-พฤศจิกายน มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตนครสวรรค์ประสบมหาอุทกภัยครั้งร้ายแรง มีระดับน้ำท่วมสูงถึงเพดานอาคารเรียนชั้นล่าง ส่วนพื้นที่ศาลายามีแนวคันดินล้อมรอบซึ่งสามารถป้องกันน้ำทะลักเข้าท่วมภายในมหาวิทยาลัยได้

พ.ศ.2555

  • ศ. นพ. รัชตะ รัชตะนาวิน ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล

Scroll to top