โซนที่ ๒: เจ้าฟ้าของแผ่นดิน

แสดงพระราชประวัติตั้งแต่ประสูติจนถึงสิ้นพระชนม์

เพื่อปูพื้นให้ทราบว่าเจ้านายพระองค์นี้เป็นใคร นอกจากนี้ยังแสดงบริบททางสังคมในช่วงพระชนม์ชีพของพระองค์
เพื่อให้เข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงของโลกและสังคมในช่วงเวลานั้นส่งผลอย่างไรต่อความคิดและตัวตนของพระองค์

พระราชประวัติสมเด็จพระบรมราชชนก

สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลเดช ประสูติเมื่อวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๓๔ (นับตามปีปฏิทินปัจจุบัน
คือ พ.ศ. ๒๔๓๕) เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวกับสมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา
พระบรมราชเทวี (สมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า) เมื่อพระชนมายุ ๑๒ พรรษา
ได้ทรงกรมเป็นสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมขุนสงขลานครินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๗ โปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนกรมขึ้นเป็นสมเด็จ
เจ้าฟ้าฯ กรมหลวงสงขลานครินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๘ มีประกาศขนามพระนามเป็นสมเด็จพระราชบิดา
เจ้าฟ้ากรมหลวงสงขลานครินทรและในรัชกาลปัจจุบัน ทรงเฉลิมพระนามาภิไธยเป็นสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร
อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก

สมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลอดุลเดชทรงเจริญพระชนม์ชีพในยุคที่สังคมไทยเริ่มก้าวสู่ความทันสมัย ทรงศึกษาในประเทศยุโรป
และสหรัฐอเมริกา ทรงมีวิสัยทัศน์ก้าวหน้ากว้างไกล ทรงสนพระทัยใฝ่เรียนรู้สั่งสมประสบการณ์ ทรงคำนึงถึงประโยชน์
แก่สังคมส่วนรวม พระราชกรณียกิจทั้งด้านการแพทย์ สาธารณสุข พยาบาล เภสัชกรรม ทันตกรรม วิศวกรรม
และอุดมศึกษา ก่อเกิดคุณูปการอย่างใหญ่หลวงแก่สังคมไทยจนถึงทุกวันนี้

ทรงอภิเษกสมรสกับสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (นางสาว สังวาลย์ ตะละภัฏ)
มีพระราชโอรสธิดา ๓ พระองค์ ได้แก่

๑.  สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

๒.  พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่ ๘

๓.  พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙

สมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลอดุลเดช กรมขุนสงขลานครินทร์ สิ้นพระชนม์ ณ วังสระปทุม เมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน พ.ศ. ๒๔๗๒
พระชนมายุ ๓๗ พรรษา ๙ เดือน ๒๓ วัน

  • 01 picture
  • 02 picture
  • 03 picture
  • 04 picture
  • 05 picture

บริบทสังคมโลกและสังคมไทย

ใน พ.ศ. ๒๔๓๕ ประเทศที่ได้เปรียบทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ายังคงขยายอำนาจลัทธิจักรวรรดินิยม
คุกคามภูมิภาคส่วนใหญ่ของโลก สยามจำเป็นต้องปรับตัวและตั้งมั่นให้อยู่รอด พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ทรงปฏิรูปประเทศเพื่อพัฒนาบ้านเมืองให้ทันยุคทันสมัย เสด็จฯ ประพาสยุโรปเพื่อความร่วมมือและคลี่คลายปัญหา
การเมืองระหว่างประเทศ และส่งพระบรมวงศานุวงศ
และสามัญชนไปศึกษาต่างประเทศ

ความขัดแย้งอย่างต่อเนื่องด้านเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศได้ก่อตัวเป็นสงครามโลกครั้งแรก ระหว่าง
พ.ศ. ๒๔๕๗ - ๒๔๖๑ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีผสานกับกระแสทุนนิยมที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วมีอิทธิพล
ต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่เพิ่มขึ้น สังคมไทยต้องการบุคลากรที่มีความรู้สำหรับสาขาอาชีพใหม่ๆ จึงมีการขยายตัว
ทางการศึกษาทั้งในประเทศ และการส่งนักเรียนไปต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง นักเรียนนอกเหล่านี้ได้เรียนรู้วิทยาการ
ได้รับแนวคิดและโลกทัศน์แบบใหมรวมทั้งรสนิยมตามกระแสวัฒนธรรมตะวันตกด้วย

  • 01 picture
  • 02 picture
  • 03 picture
  • 04 picture

 

Scroll to top